SEO หรือ SEM แบบไหนเหมาะกับธุรกิจสตาร์ทอัพกว่ากัน?

เมื่อพูดถึงกลยุทธ์การตลาดออนไลน์สำหรับการเริ่มทำเว็บไซต์ธุรกิจสตาร์ทอัพแล้ว การทำ SEO หรือ Search Engine Optimization และ SEM หรือ Search Engine Marketing ถือเป็นสองกลยุทธ์หลักที่สำคัญ เพราะทั้งสองสิ่งนี้สามารถช่วยธุรกิจในระยะตั้งไข่ของคุณให้ดึงดูดลูกค้าจำนวนมากได้ ไม่ว่าจะภายในประเทศหรือทั่วโลก แต่ในฐานะธุรกิจสตาร์ทอัพคุณอาจสงสัยว่ากลยุทธ์อันใดจะเหมาะสมกับธุรกิจของคุณมากกว่ากัน เราช่วยคุณหาคำตอบในบทความนี้

SEO สำหรับสตาร์ทอัพ

SEO คือเครื่องมือการตลาดออนไลน์ที่นักการตลาดมือใหม่มักคุ้นเคยกันดี หากเว็บไซต์ของคุณมีการทำSEO ที่ดี หน้าเพจของคุณจะไปโชว์ในอันดับต้นๆ บนเว็บไซต์สืบค้นด้วยตัวเองโดยที่คุณไม่ต้องจ่ายเงินเพื่อซื้ออันดับ แสดงว่าเราสามารถทำ SEO ทำได้ฟรีๆ หรือเปล่า? ไม่จริงซะทีเดียว เพราะถึงแม้เราไม่ต้องจ่ายเงินในการจัดอันดับ การทำแคมเปญ SEO ให้ประสบความสำเร็จต้องการการลงทุนทั้งเงินและเวลา

แคมเปญหนึ่งอาจใช้เวลาตั้งแต่หกเดือนจนถึงหลายปีสำหรับการพาเว็บไซต์สร้างใหม่ของคุณไปสู่อันดับสูงๆ บนเว็บไซต์สืบค้น ดังนั้น สตาร์ทอัพหลายแห่งที่ต้องการผลลัพธ์การตลาดแบบทันทีอาจจะไม่สนใจการลงทุนด้วย SEO ในช่วงแรกๆ นัก นอกจากนี้เว็บไซต์สืบค้นอย่าง Google ยังตั้งมาตรฐานต่างๆ เพื่อให้แน่ใจว่าจะมีแต่เว็บไซต์ที่มีคุณภาพเท่านั้นที่อยู่อันดับต้นๆ ซึ่งหมายความว่าหากคุณไม่ลงทุนทั้งเงินและเวลาในการทำ SEO อย่างต่อเนื่อง เว็บไซต์ของคุณก็สามารถหลุดจากหน้าแรกของ Google หลังจากการใช้เวลาหลายเดือนในการไต่ขึ้นไปอันดับบนๆ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าคุณควรละทิ้งการทำ SEO ไปเสียเลย

การเน้นพัฒนาแคมเปญ SEO จะส่งผลดีกับธุรกิจของคุณในระยะยาว ไม่ว่าคุณจะเน้นที่การผลิตคอนเทนต์ใหม่ๆ หรือสอดแทรกคำค้นหา (keywords/keyphrases) เข้าไปในบทความของคุณ หรือแม้แต่การสร้าง backlinks รวมถึงกิจกรรมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการทำ SEO จะช่วยดึงอันดับให้อยู่สูงได้นาน

SEM สำหรับสตาร์ทอัพ

SEM (หรือที่มักเรียกกันว่าการโฆษณาแบบ Pay-per-click) เป็นกลยุทธ์การตลาดที่ธุรกิจสตาร์ทอัพส่วนใหญ่ใช้ เมื่อต้องการผลลัพธ์ที่รวดเร็ว SEM ช่วยเพิ่มการเข้าถึงเว็บไซต์ของคุณได้อย่างรวดเร็วด้วยการจ่ายโฆษณา แต่เช่นเดียวกันกับ SEO การทำ SEM ต้องเป็นไปตามาตรฐาน เนื่องจากบริการ AdWords ของ Google ทำงานด้วยระบบการประมูล ดังนั้นจึงมีโอกาสที่คำโฆษณาของคุณจะไม่ถูกโชว์ โดย Google จะเป็นผู้ตัดสินว่าจะโชว์โฆษณาของคุณหรือไม่จากปัจจัยหลายประการ เช่น ราคาที่คุณประมูล คำที่คุณใช้ประมูล และคุณภาพของโฆษณา

ในการตัดสินคำขอประมูลของคุณ Google AdWords จะทำการประเมินความน่าสนใจของโฆษณาคุณและหน้าของเว็บไซต์ที่เชื่อมต่อกับโฆษณา (landing page) หากหน้าที่ใช้โฆษณานั้นมีข้อมูลที่คุณเขียนเองและเกี่ยวข้องกับโฆษณา รวมถึงสามารถเข้าผ่านลิงก์ได้ง่าย โอกาสที่ Google จะโชว์โฆษณาของคุณก็มีมากขึ้น

ในขณะที่คุณภาพของโฆษณานั้น Google จะตรวจสอบเพื่อให้แน่ใจว่าผู้ใช้จะเจอโฆษณาตามที่ค้นหา ขั้นต่อไป Google จะวิเคราะห์รูปแบบของโฆษณาว่ามีข้อมูลที่สำคัญจนน่าคลิกเข้าไปดูหรือไม่ โดยปัจจัยต่างๆ เหล่านี้จะถูกประมวลมาเป็นคะแนนบน Ad Rank ซึ่งจะกำหนดตำแหน่งของโฆษณาคุณบนหน้าผลลัพธ์การค้นหาของ Google ดังนั้นนอกเหนือจากการกำหนดงบประมาณค่าโฆษณาแล้ว เรายังแนะนำให้คุณเพิ่มประสิทธิภาพของหน้าเพจและเว็บไซต์คุณให้พร้อมสำหรับแคมเปญ SEM มิเช่นนั้นอาจจะกลายเป็นการเสียเงินโดยเปล่าประโยชน์

การใช้งาน SEO และ SEM

ในการตัดสินใจตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับคุณ เราแนะนำให้คุณพิจารณาข้อดีและข้อเสียของทั้งสองกลยุทธ์โดยเปรียบเทียบกับเป้าหมายทางธุรกิจโดยรวมของคุณ ว่าคุณต้องการการเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่พร้อมกับยอดขายจำนวนมาก หรือคุณกำลังมองไปถึงผลลัพธ์ที่ดีในระยะยาวมากกว่ากัน สำหรับสตาร์ทอัพหลายแห่ง คำตอบคือต้องการทั้งสองอย่างข้างต้น

ที่มูฟอะเฮดมีเดีย เราแนะนำให้ทยอยใช้งบประมาณจำนวนหนึ่งกับทั้งสองกลยุทธ์ เพราะหากเป็นเช่นนี้ คุณอาจสร้างผลประโยชน์ให้กับธุรกิจได้ทั้งระยะสั้นและระยะยาว ทั้งยังสามารถเปลี่ยนธุรกิจคุณจากสตาร์ทอัพไปเป็นธุรกิจขนาดย่อมหรือกลาง จนถึงเป็นองค์การใหญ่ๆ ได้เลย

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมในการสร้างผลลัพธ์ที่รวดเร็วจากทั้ง SEO และ SEM ติดต่อผู้เชี่ยวชาญจากมูฟอะเฮดมีเดียวันนี้ เราสามารถทำให้คุณมั่นใจได้ว่าคุณจะได้รับผลตอบแทนสุดคุ้มค่าจากการลงทุนพร้อมทั้งยังสามารถสร้างแบรนด์บนสื่อออนไลน์ไปในเวลาเดียวกัน

Recent Posts

ใช้เอเย่นต์ซี่หรือตั้งทีมทำเอง ทางเลือกของธุรกิจในการทำการตลาดออนไลน์

เมื่อพูดถึงการตลาดออนไลน์ การเลือกระหว่างการใช้บุคลากรในบริษัทหรือใช้บริการเอเยนซี่อาจเป็นปัญหาที่ยากจะตัดสินใจ ขณะที่ความคิดที่ว่าการตั้งทีมภายในดูเหมือนจะเป็นการลงทุนในระยะยาวสำหรับธุรกิจคุณ แต่ก็มีเหตุผลมากมายให้คุณต้องทบทวนอีกครั้ง แน่นอนว่าในฐานะเอเย่นต์ซี่ เราอาจไม่เป็นกลาง เพราะเราได้เห็นลูกค้ามากมายประทับใจกับผลงานของเรา แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าการที่มีทีมงานภายในเป็นตัวเลือกที่แย่กว่า เราแค่ต้องการให้คุณตัดสินใจโดยใช้ข้อมูลต่างๆประกอบ

Write a comment