Google Business Profile คู่มือตั้งค่าและปรับแต่งให้เหมาะสม

google-business-profile-setup-01
Table of Contents

Key Takeaway

  • Google Business Profile เป็นเครื่องมือฟรีที่ช่วยให้ธุรกิจแสดงข้อมูลบน Google Search และ Google Maps
  • การกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน เลือกหมวดหมู่ให้ถูกต้อง และยืนยันธุรกิจ เป็นพื้นฐานสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม
  • การติดอันดับในผลการค้นหาท้องถิ่น (Local Search) ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ความเกี่ยวข้องของธุรกิจ ระยะทาง และความน่าเชื่อถือ
  • การอัปเดตข้อมูล ขอรีวิวจากลูกค้าจริง และดูแลโปรไฟล์อย่างสม่ำเสมอ จะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือและประสบการณ์ของผู้ใช้งาน
  • การใช้ Google Business Profile ควบคู่กับเว็บไซต์และการทำ Local SEO จะช่วยเพิ่มโอกาสให้ธุรกิจเข้าถึงลูกค้าได้มากกว่าการใช้เพียงช่องทางเดียว

ธุรกิจที่มีคุณภาพไม่ได้หมายความว่าลูกค้าจะค้นหาเจอเสมอไป หาก Google ไม่มีข้อมูลธุรกิจของคุณ หรือโปรไฟล์ยังตั้งค่าไม่สมบูรณ์ ลูกค้าอาจเลือกใช้บริการคู่แข่งที่แสดงอยู่ในผลการค้นหาแทน

Google Business Profile เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือฟรีที่ช่วยให้ธุรกิจแสดงข้อมูลสำคัญ เช่น ชื่อร้าน ที่ตั้ง เบอร์โทรศัพท์ เวลาทำการ เว็บไซต์ รูปภาพ และรีวิวจากลูกค้า นอกจากนี้ยังเป็นองค์ประกอบสำคัญของ Local SEO ที่ช่วยให้ Google เข้าใจธุรกิจและเพิ่มโอกาสในการแสดงผลเมื่อมีผู้ค้นหาสินค้าหรือบริการในพื้นที่

ถ้าธุรกิจของคุณต้องการสร้าง Google Business Profile และตั้งค่าให้มีประสิทธิภาพ เพื่อช่วยให้ลูกค้าค้นพบธุรกิจได้ง่ายขึ้นบน Google Search และ Google Maps ไม่ควรพลาดข้อมูลต่อจากนี้

 

google-business-profile-setup-02

Google Business Profile คืออะไร

Google Business Profile คือเครื่องมือสำหรับจัดการข้อมูลธุรกิจที่แสดงบน Google Search และ Google Maps เจ้าของธุรกิจสามารถเพิ่มข้อมูลสำคัญ เช่น ชื่อธุรกิจ ประเภทธุรกิจ ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ เว็บไซต์ เวลาทำการ รูปภาพ สินค้า บริการ และรีวิว เพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงข้อมูลได้จากหน้าผลการค้นหาโดยตรง

เดิมเครื่องมือนี้ใช้ชื่อ Google My Business (GMB) ก่อนที่ Google จะเปลี่ยนชื่อเป็น Google Business Profile และปรับให้สามารถจัดการข้อมูลผ่าน Google Search และ Google Maps ได้โดยตรง ทำให้การอัปเดตข้อมูลทำได้สะดวกกว่าเดิม

 

google-business-profile-setup-03

ประโยชน์ของ Google Business Profile ต่อภาคธุรกิจ

การมี Google Business Profile ไม่ได้ช่วยเพียงให้ธุรกิจแสดงบน Google Maps แต่ยังช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงลูกค้าและสร้างความน่าเชื่อถือให้กับธุรกิจ

โดยประโยชน์หลัก ๆ ที่ได้จะรับคือ

  • เพิ่มโอกาสให้ธุรกิจปรากฏบน Google Search และ Google Maps
  • ช่วยให้ลูกค้าโทร ขอเส้นทาง หรือเข้าเว็บไซต์ได้สะดวก
  • แสดงรีวิวและคะแนนจากลูกค้าเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ
  • อัปเดตข้อมูลธุรกิจได้แบบเรียลไทม์ เช่น เวลาทำการหรือวันหยุด
  • สนับสนุนการทำ Local SEO เพื่อเพิ่มโอกาสเข้าถึงลูกค้าในพื้นที่

อย่างไรก็ตาม การสร้างโปรไฟล์เพียงอย่างเดียวไม่ได้หมายความว่าจะติดอันดับทันที เพราะ Google ยังพิจารณาปัจจัยอื่นร่วมด้วย เช่น ความเกี่ยวข้องของธุรกิจ ระยะทาง และความน่าเชื่อถือของข้อมูล

 

ใครสามารถสร้าง Google Business Profile ได้บ้าง

Google Business Profile เหมาะสำหรับธุรกิจที่มีการติดต่อกับลูกค้าโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นการให้ลูกค้าเดินทางมายังสถานประกอบการ หรือเดินทางไปให้บริการลูกค้า

ตัวอย่างธุรกิจที่สามารถใช้งานได้ เช่น

  • ร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านค้าปลีก
  • คลินิก โรงพยาบาล และสถานเสริมความงาม
  • โรงแรมและที่พัก
  • บริษัทและสำนักงาน
  • ช่างไฟ ช่างแอร์ ช่างประปา
  • บริษัทรับทำความสะอาด รับกำจัดปลวก หรือธุรกิจบริการนอกสถานที่

สำหรับธุรกิจที่ไม่มีหน้าร้าน สามารถกำหนดพื้นที่ให้บริการ (Service Area) แทนการแสดงที่อยู่ได้ หากเป็นไปตามนโยบายของ Google

 

google-business-profile-setup-04

สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนสร้าง Google Business Profile

การเตรียมข้อมูลให้ครบก่อนเริ่มต้นสร้างโปรไฟล์ จะช่วยลดขั้นตอนการแก้ไขภายหลังและทำให้การยืนยันธุรกิจเป็นไปอย่างราบรื่น

สิ่งที่ควรเตรียมให้พร้อม ได้แก่

  • บัญชี Google
  • ชื่อธุรกิจที่ใช้งานจริง
  • หมวดหมู่ธุรกิจ
  • ที่อยู่หรือพื้นที่ให้บริการ
  • เบอร์โทรศัพท์
  • เว็บไซต์ (ถ้ามี)
  • เวลาทำการ
  • โลโก้และรูปภาพของธุรกิจ

ข้อมูลทั้งหมดควรตรงกับเว็บไซต์และช่องทางออนไลน์อื่น ๆ เพื่อให้ Google เข้าใจว่าเป็นธุรกิจเดียวกัน

 

google-business-profile-setup-05

4 วิธีสร้าง Google Business Profile

เมื่อเตรียมข้อมูลครบแล้ว สามารถสร้างได้ผ่านหน้า Google Business Profile โดยใช้บัญชี Google ที่ต้องการเป็นผู้ดูแลธุรกิจ และทำตามขั้นตอนเหล่านี้

1. ลงชื่อเข้าใช้และเพิ่มชื่อธุรกิจ

ลงชื่อเข้าใช้ด้วยบัญชี Google จากนั้นกรอกชื่อธุรกิจตามที่ใช้งานจริง หาก Google พบโปรไฟล์เดิม ระบบจะแนะนำให้ขอสิทธิ์จัดการแทนการสร้างใหม่ เพื่อป้องกันข้อมูลซ้ำซ้อน

2. เลือกหมวดหมู่ธุรกิจ

เลือกหมวดหมู่หลัก (Primary Category) ที่ตรงกับธุรกิจมากที่สุด เพราะ Google จะใช้ข้อมูลนี้ทำความเข้าใจว่าธุรกิจของคุณให้บริการอะไร และใช้ประกอบการแสดงผลในการค้นหา หากมีบริการหลายประเภท สามารถเพิ่มหมวดหมู่รองได้หลังจากสร้างโปรไฟล์เสร็จแล้ว

3. ระบุสถานที่ตั้งหรือพื้นที่ให้บริการ

หากลูกค้าสามารถเดินทางมายังร้านได้ ให้ระบุที่อยู่และปักหมุดตำแหน่งให้ถูกต้อง แต่หากเป็นธุรกิจที่เดินทางไปให้บริการลูกค้า เช่น บริษัทรับทำความสะอาด ช่างแอร์ หรือบริษัทกำจัดปลวก สามารถเลือกกำหนดพื้นที่ให้บริการ (Service Area) แทนการแสดงที่อยู่ได้

4. เพิ่มข้อมูลติดต่อ

กรอกหมายเลขโทรศัพท์ เว็บไซต์ และเวลาทำการให้ครบถ้วน หากยังไม่มีเว็บไซต์สามารถเพิ่มภายหลังได้ แต่ข้อมูลทุกส่วนควรเป็นข้อมูลที่ใช้งานจริงและอัปเดตอยู่เสมอ

 

google-business-profile-setup-06

วิธียืนยันธุรกิจ (Business Verification)

หลังสร้างโปรไฟล์เรียบร้อยแล้ว Google จะให้ยืนยันความเป็นเจ้าของธุรกิจ เพื่อป้องกันการแอบอ้างหรือแก้ไขข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต

Google อาจกำหนดวิธียืนยันธุรกิจแตกต่างกันในแต่ละบัญชี เช่น

  • บันทึกวิดีโอ (Video Verification)
  • วิดีโอคอลกับเจ้าหน้าที่
  • โทรศัพท์
  • อีเมล

วิธีที่แสดงจะแตกต่างกันไปในแต่ละธุรกิจ และไม่สามารถเลือกเองได้เสมอไป หาก Google ขอให้ยืนยันด้วยวิดีโอ ควรเตรียมให้เห็นข้อมูลที่แสดงว่าธุรกิจมีอยู่จริง เช่น ป้ายร้าน พื้นที่ให้บริการ ธุรกิจข้างเคียง อุปกรณ์ที่ใช้ดำเนินธุรกิจ หรือหลักฐานที่แสดงว่าคุณสามารถเข้าถึงสถานที่ดังกล่าวได้

หากยืนยันไม่ผ่าน ควรตรวจสอบว่าข้อมูลที่กรอกตรงกับความเป็นจริง และปฏิบัติตามคำแนะนำของ Google ก่อนส่งหลักฐานใหม่อีกครั้ง

 

google-business-profile-setup-07

วิธีปรับแต่ง Google Business Profile ให้สมบูรณ์

หลังยืนยันธุรกิจแล้ว ควรเติมข้อมูลให้ครบทุกส่วน เพราะโปรไฟล์ที่สมบูรณ์ช่วยให้ลูกค้าเข้าถึงข้อมูลได้ง่ายขึ้น และช่วยให้ Google เข้าใจธุรกิจได้ชัดเจนกว่าโปรไฟล์ที่มีข้อมูลเพียงบางส่วน

สิ่งที่ควรตรวจสอบ ได้แก่

  • เลือกหมวดหมู่หลักและหมวดหมู่รองให้ตรงกับธุรกิจ
  • เขียนคำอธิบายธุรกิจโดยสรุปบริการและจุดเด่นอย่างกระชับ
  • เพิ่มรายการสินค้า (Products) หรือบริการ (Services) หากธุรกิจรองรับ
  • อัปโหลดโลโก้ ภาพหน้าปก และรูปภาพของร้าน สินค้า หรือผลงานจริง
  • ตั้งเวลาทำการให้ถูกต้อง รวมถึงวันหยุดหรือเวลาพิเศษ
  • ตรวจสอบข้อมูลติดต่อ เว็บไซต์ และตำแหน่งบน Google Maps ให้เป็นปัจจุบัน

ควรหลีกเลี่ยงการใส่คีย์เวิร์ดจำนวนมากในชื่อธุรกิจหรือคำอธิบาย เพราะอาจขัดต่อนโยบายของ Google และส่งผลเสียต่อโปรไฟล์ได้

 

7 วิธีทำให้ Google Business Profile ติดอันดับดีขึ้น

การสร้าง Google Business Profile และกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น หากต้องการให้ธุรกิจมีโอกาสแสดงบน Google Search และ Google Maps มากขึ้น ยังต้องดูแลโปรไฟล์อย่างต่อเนื่อง เพราะ Google พิจารณาปัจจัยหลายด้านในการจัดอันดับ ไม่ใช่จำนวนรีวิวหรือการใส่คีย์เวิร์ดเพียงอย่างเดียว

1. กรอกข้อมูลธุรกิจให้ครบถ้วนและเป็นปัจจุบัน

Google แนะนำให้เจ้าของธุรกิจกรอกข้อมูลทุกส่วนที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นหมวดหมู่ธุรกิจ เวลาทำการ เบอร์โทรศัพท์ เว็บไซต์ รูปภาพ สินค้า และบริการ เพราะข้อมูลที่ครบถ้วนช่วยให้ Google เข้าใจธุรกิจได้ดีขึ้น และช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจได้ง่ายขึ้น

เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูล เช่น ย้ายที่ตั้ง เปลี่ยนเวลาเปิด-ปิด หรือเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์ ควรอัปเดตทันทีเพื่อป้องกันข้อมูลคลาดเคลื่อน

2. เลือกหมวดหมู่ธุรกิจให้ตรงกับบริการหลัก

หมวดหมู่ (Business Category) เป็นหนึ่งในข้อมูลสำคัญที่ Google ใช้ทำความเข้าใจธุรกิจ จึงควรเลือกหมวดหมู่หลักที่ตรงกับบริการหลักมากที่สุด และเพิ่มหมวดหมู่รองเฉพาะบริการที่มีอยู่จริง

การเลือกหมวดหมู่ที่กว้างเกินไป หรือไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ อาจทำให้ Google เข้าใจธุรกิจผิดและแสดงผลกับคำค้นหาที่ไม่ตรงกับบริการ

3. รักษาความสอดคล้องของข้อมูลธุรกิจ

ชื่อธุรกิจ ที่อยู่ และหมายเลขโทรศัพท์ (NAP: Name, Address, Phone Number) ควรตรงกันทุกช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ โซเชียลมีเดีย หรือ Directory ธุรกิจ เพราะข้อมูลที่ไม่ตรงกันอาจทำให้ Google ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของธุรกิจได้ยากขึ้น

4. เพิ่มรูปภาพใหม่อย่างสม่ำเสมอ

การอัปโหลดรูปภาพใหม่ช่วยให้โปรไฟล์ดูมีความเคลื่อนไหว และทำให้ลูกค้าเห็นข้อมูลล่าสุดของธุรกิจ เช่น สินค้าใหม่ บรรยากาศร้าน หรือผลงานที่ผ่านมา ควรใช้ภาพจริงของธุรกิจที่มีความคมชัด และหลีกเลี่ยงภาพสต๊อกหรือภาพที่ตกแต่งมากเกินไป

5. ขอรีวิวจากลูกค้าที่มาใช้บริการจริง

รีวิวช่วยสร้างความน่าเชื่อถือและเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจของลูกค้า แต่ไม่ควรซื้อรีวิวหรือสร้างรีวิวปลอม เพราะขัดต่อนโยบายของ Google และอาจส่งผลกระทบต่อโปรไฟล์ในระยะยาว วิธีที่เหมาะสมคือ ขอรีวิวจากลูกค้าหลังใช้บริการ พร้อมส่งลิงก์รีวิวเพื่ออำนวยความสะดวก

6. ตอบรีวิวทั้งด้านบวกและด้านลบ

การตอบรีวิวแสดงให้เห็นว่าธุรกิจใส่ใจความคิดเห็นของลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นคำชมหรือข้อเสนอแนะ สำหรับรีวิวเชิงลบ ควรตอบด้วยความสุภาพ ชี้แจงข้อเท็จจริง แสดงความรับผิดชอบ และเสนอแนวทางแก้ไข แทนการโต้แย้งหรือใช้อารมณ์ เพราะคำตอบเหล่านี้สามารถถูกอ่านได้โดยลูกค้ารายอื่นเช่นกัน

7. โพสต์ข่าวสารและโปรโมชันเป็นระยะ

Google Business Profile รองรับการเผยแพร่ข้อมูลอัปเดต เช่น ข่าวสาร ความรู้ทั่วไป โปรโมชัน หรือกิจกรรมของธุรกิจ Google ไม่ได้ระบุว่า Google Posts เป็นปัจจัยในการจัดอันดับโดยตรง แต่การอัปเดตข้อมูลอย่างสม่ำเสมอช่วยให้โปรไฟล์มีความเคลื่อนไหวและเป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้งาน

 

google-business-profile-setup-08

Google Business Profile กับเว็บไซต์ ต่างกันอย่างไร

Google Business Profile และเว็บไซต์มีบทบาทต่างกัน แต่ทั้งสองควรทำงานร่วมกันเพื่อช่วยให้ลูกค้าเข้าถึงข้อมูลได้สะดวก และช่วยให้ Google เข้าใจธุรกิจได้ครบถ้วนยิ่งขึ้น

Google Business Profile เหมาะสำหรับการแสดงข้อมูลพื้นฐานบน Google Search และ Google Maps เช่น ชื่อธุรกิจ ที่ตั้ง เบอร์โทรศัพท์ เวลาทำการ และรีวิวจากลูกค้า ส่วนเว็บไซต์เป็นพื้นที่สำหรับนำเสนอรายละเอียดสินค้าและบริการ ผลงาน บทความ และข้อมูลเชิงลึกที่ Google Business Profile ไม่สามารถแสดงได้ทั้งหมด

เพื่อให้ทั้งสองช่องทางสนับสนุนกัน ควรรักษาข้อมูลให้สอดคล้องกัน เช่น

  • ใช้ชื่อธุรกิจเดียวกัน 
  • ใช้หมายเลขโทรศัพท์และข้อมูลติดต่อชุดเดียวกัน 
  • ระบุที่อยู่หรือพื้นที่ให้บริการให้ตรงกัน 
  • เชื่อม Google Business Profile ไปยังหน้าเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหรือสาขานั้น 

เมื่อข้อมูลมีความสอดคล้องกัน Google จะสามารถเชื่อมโยงข้อมูลของธุรกิจได้ชัดเจนขึ้น และช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับทั้งโปรไฟล์และเว็บไซต์ในระยะยาว

อย่าลืมทำ Local SEO ควบคู่กัน

Google Business Profile เป็นเพียงส่วนหนึ่งของ Local SEO หากต้องการเพิ่มโอกาสในการแข่งขัน ควรพัฒนาเว็บไซต์ควบคู่กัน เช่น

  • สร้างหน้า Location หรือหน้าสาขา
  • ปรับแต่ง On-Page SEO
  • ใช้ LocalBusiness Schema
  • สร้าง Backlink ที่มีคุณภาพ
  • เพิ่มการกล่าวถึงธุรกิจจากเว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือ

การทำงานร่วมกันขององค์ประกอบเหล่านี้ ช่วยเพิ่มโอกาสให้ธุรกิจปรากฏทั้งบน Google Search และ Google Maps ได้ดีกว่าการพึ่ง Google Business Profile เพียงอย่างเดียว

 

google-business-profile-setup-09

Google ใช้อะไรในการจัดอันดับ Google Business Profile

Google ระบุว่าการจัดอันดับผลการค้นหาในพื้นที่ (Local Ranking) พิจารณาจาก 3 ปัจจัยหลัก คือ

1. Relevance (ความเกี่ยวข้อง)

Google จะประเมินว่าข้อมูลใน Google Business Profile ตรงกับสิ่งที่ผู้ใช้ค้นหามากน้อยเพียงใด โปรไฟล์ที่กรอกข้อมูลครบถ้วน เลือกหมวดหมู่ถูกต้อง และระบุสินค้าและบริการชัดเจน จะช่วยให้ Google เข้าใจธุรกิจได้แม่นยำขึ้น

2. Distance (ระยะทาง)

หากผู้ค้นหาระบุพื้นที่หรือเปิดใช้งานตำแหน่งที่ตั้ง Google จะพิจารณาระยะห่างระหว่างผู้ค้นหากับธุรกิจร่วมด้วย ปัจจัยนี้ไม่สามารถปรับแต่งได้โดยตรง แต่ควรระบุที่ตั้งหรือพื้นที่ให้บริการให้ถูกต้องตามความเป็นจริง

3. Prominence (ความโดดเด่น)

Prominence คือระดับความน่าเชื่อถือและชื่อเสียงของธุรกิจ ซึ่งอ้างอิงจากข้อมูลหลายด้าน เช่น รีวิว จำนวนการกล่าวถึงบนเว็บไซต์อื่น คุณภาพของเว็บไซต์ และข้อมูลที่ Google มีเกี่ยวกับธุรกิจ

แม้เจ้าของธุรกิจจะไม่สามารถควบคุมปัจจัยนี้ได้ทั้งหมด แต่สามารถสร้างความน่าเชื่อถือได้ด้วยการดูแลโปรไฟล์อย่างสม่ำเสมอ สร้างเว็บไซต์คุณภาพ และมอบประสบการณ์ที่ดีให้ลูกค้าเพื่อให้เกิดรีวิวจริงอย่างต่อเนื่อง

 

Google Business Profile เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจแสดงข้อมูลบน Google Search และ Google Maps พร้อมเพิ่มโอกาสให้ลูกค้าค้นพบ ติดต่อ และตัดสินใจใช้บริการได้ง่ายขึ้น

อย่างไรก็ตาม การสร้างโปรไฟล์เพียงอย่างเดียวอาจยังไม่เพียงพอ หากต้องการเพิ่มโอกาสในการแข่งขัน ควรกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน ดูแลโปรไฟล์อย่างสม่ำเสมอ ขอรีวิวจากลูกค้าจริง และทำ Local SEO ควบคู่กับการพัฒนาเว็บไซต์ เมื่อทุกองค์ประกอบทำงานร่วมกัน ก็จะช่วยให้ธุรกิจมีความน่าเชื่อถือมากขึ้น และมีโอกาสปรากฏต่อกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้อย่างต่อเนื่อง

คำถามที่พบบ่อย

ตรวจสอบ Backlink แล้วควรดูค่าอะไรเป็นอันดับแรก?

Google Business Profile เปิดให้สร้างและจัดการข้อมูลธุรกิจได้ฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่ายในการเปิดใช้งาน

แม้ไม่มีเว็บไซต์ก็สามารถสร้าง Google Business Profile ได้ แต่การมีเว็บไซต์จะช่วยให้ลูกค้าเข้าถึงข้อมูลเพิ่มเติม และสนับสนุนการทำ SEO ในระยะยาว

ได้ หากเป็นธุรกิจที่เดินทางไปให้บริการลูกค้า เช่น ช่างแอร์ บริษัทรับทำความสะอาด หรือบริการกำจัดปลวก สามารถกำหนดพื้นที่ให้บริการ (Service Area) แทนการแสดงที่อยู่ได้

รีวิวช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับธุรกิจ และเป็นหนึ่งในข้อมูลที่ Google ใช้ประกอบการประเมินความโดดเด่น (Prominence) อย่างไรก็ตาม การจัดอันดับยังขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่น เช่น ความเกี่ยวข้องของธุรกิจและระยะทางจากผู้ค้นหา

เจ้าของธุรกิจสามารถแก้ไขข้อมูล เช่น เวลาทำการ เบอร์โทรศัพท์ เว็บไซต์ รูปภาพ หรือรายละเอียดสินค้าและบริการได้ตลอดเวลา หากมีการเปลี่ยนแปลง

Article by
SEO Team Lead และผู้เชี่ยวชาญด้าน SEO ที่ Move Ahead Media บริษัทดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งในกรุงเทพฯ ประเทศไทย ผมช่วยลูกค้าเพิ่มปริมาณการเข้าชมเว็บไซต์แบบออร์แกนิคผ่าน SEO ทางเทคนิค กลยุทธ์ด้านคอนเทนต์ และการวิจัยคีย์เวิร์ดที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล โดยเน้นตลาดไทยเป็นหลัก นอกจากนี้ ผมยังเขียนบทความเกี่ยวกับ SEO และดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งเป็นภาษาไทยด้วย
Facebook
Twitter
LinkedIn
WhatsApp

เริ่มต้นด้วยการรับคำปรึกษาฟรี

และให้เราช่วยพาธุรกิจของคุณ Think Ahead ไปด้วยกัน

CAPTCHA image

Please type the characters

Get Instant PDF Access

ลงทะเบียนรับ AI SEO Audit ฟรี

รับรายงานวิเคราะห์ SEO เชิงลึก พร้อมสิทธิพิเศษสำหรับผู้เข้าร่วมงาน เมื่อเพิ่มเพื่อนผ่าน LINE
QR Code เพื่อแชทกับทีมผู้เชี่ยวชาญผ่าน LINE
L_gainfriends_2dbarcodes_BW-1