7 วิธีทำ Link Building เพื่อหา Backlink ที่ได้ผล และไม่โดนแบน

Table of Contents

Key Takeaway

  • Link Building คือการสร้างโอกาสให้เว็บไซต์ได้รับ Backlink ที่มีคุณภาพ ไม่ใช่การสร้างลิงก์ให้ได้จำนวนมากที่สุด
  • Backlink ที่มาจากเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องและน่าเชื่อถือ มีคุณค่าต่อ SEO มากกว่าลิงก์จากเว็บไซต์คุณภาพต่ำ
  • ควรเตรียมเว็บไซต์และคอนเทนต์ให้พร้อมก่อนเริ่มทำ Link Building เพื่อให้ลิงก์ที่ได้รับส่งผลได้เต็มประสิทธิภาพ
  • หลีกเลี่ยงการซื้อ Backlink, ใช้ PBN หรือเทคนิคปั่นลิงก์ที่ขัดต่อนโยบายของ Google
  • การทำ Link Building อย่างต่อเนื่องและเป็นธรรมชาติ ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือและสนับสนุนอันดับบน Google ได้ในระยะยาว

เคยสังเกตไหมว่าบางเว็บไซต์ทำ Backlink แค่ไม่กี่ลิงก์ อันดับบน Google กลับเติบโตอย่างต่อเนื่อง ขณะที่บางเว็บไซต์สร้างลิงก์แทบทุกวัน แต่อันดับกลับไม่ขยับ

คำตอบไม่ได้อยู่ที่ “จำนวน” แต่อยู่ที่ “คุณภาพ” ของลิงก์ เพราะปัจจุบัน Google ให้ความสำคัญกับความเกี่ยวข้อง ความน่าเชื่อถือ และความเป็นธรรมชาติของ Backlink มากกว่าจำนวนลิงก์

บทความนี้จะพาคุณไปรู้จัก 7 วิธีทำ Link Building ที่ช่วยหา Backlink คุณภาพ พร้อมแนวทางเลือกเว็บไซต์และข้อควรหลีกเลี่ยง เพื่อให้เว็บไซต์เติบโตได้อย่างยั่งยืน ส่วนท่านใดต้องการเรียนรู้พื้นฐานเกี่ยวกับ Backlink ทั้งหมด สามารถอ่านได้ที่บทความ “Backlink คืออะไร ทำไม Google ถึงยังให้ความสำคัญกับ Link”

link-building-strategies-02

ก่อนเริ่มทำ Backlink ต้องรู้เรื่องนี้ก่อน

ก่อนเริ่มทำ Link Building สิ่งสำคัญคือการเตรียมเว็บไซต์ให้พร้อมก่อน เพราะต่อให้ได้รับลิงก์จากเว็บไซต์คุณภาพ หากเว็บไซต์ของคุณยังไม่มีพื้นฐานที่แข็งแรง ก็อาจไม่ได้รับประโยชน์สูงสุด

ก่อนเริ่มสร้าง Backlink ควรตรวจสอบว่าเว็บไซต์มีองค์ประกอบต่อไปนี้แล้วหรือยัง

  • มีเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ ครบถ้วน และตอบโจทย์ Search Intent 
  • ปรับ On-page SEO ในส่วนสำคัญเรียบร้อย เช่น Title Tag, Meta Description, Heading และ Internal Link 
  • เว็บไซต์ใช้งานง่าย โหลดเร็ว และรองรับการใช้งานบนอุปกรณ์มือถือ 
  • มีบทความหรือหน้าเพจที่มีคุณภาพเพียงพอสำหรับให้เว็บไซต์อื่นนำไปอ้างอิง 

นอกจากนี้ ควรเข้าใจว่า Link Building ไม่ใช่การแข่งขันว่าใครมี Backlink มากกว่า แต่คือการสร้างโอกาสให้เว็บไซต์อื่นอ้างอิงเนื้อหาของเราอย่างเหมาะสม ดังนั้น ควรให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความเกี่ยวข้อง และความน่าเชื่อถือของลิงก์

7 วิธีทำ Link Building ให้ได้ผล ไม่เสี่ยงโดนแบน

เมื่อเว็บไซต์มีพื้นฐานที่พร้อมแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการเลือกวิธีทำ Link Building ที่เหมาะสม เพราะแต่ละวิธีมีจุดเด่นและเหมาะกับเว็บไซต์ที่แตกต่างกัน ต่อไปนี้คือ 7 วิธีที่ยังได้รับความนิยมและสามารถนำไปปรับใช้ได้จริง

1. สร้างคอนเทนต์ที่มีคุณค่าจนคนอยากอ้างอิง

Linkable Assets หรือคอนเทนต์ที่ถูกออกแบบมาเพื่อให้เว็บไซต์อื่นอยากอ้างอิงตามธรรมชาติ เป็นวิธีหา Backlink ที่ยั่งยืนที่สุด เพราะคอนเทนต์ที่มีคุณค่าเว็บไซต์อื่นย่อมนำไปอ้างอิงด้วยตัวเอง และเป็นสิ่งที่ Google ให้ความสำคัญมากกว่าลิงก์ที่สร้างขึ้นเพื่อหวังผลด้าน SEO

คอนเทนต์ที่มักได้รับการอ้างอิง เช่น

  • งานวิจัยหรือผลสำรวจที่จัดทำขึ้นเอง
  • สถิติที่อ้างอิงได้และมีการอัปเดตสม่ำเสมอ
  • คู่มือที่อธิบายเรื่องใดเรื่องหนึ่งอย่างครบถ้วน
  • Checklist หรือ Template ที่สามารถนำไปใช้งานได้จริง
  • กรณีศึกษาจากประสบการณ์จริง และพิสูจน์ข้อเท็จจริงได้

ตัวอย่างเช่น หากเว็บไซต์ของคุณเกี่ยวกับการตลาดออนไลน์ การรวบรวมข้อมูลจากแคมเปญจริง พร้อมวิเคราะห์ผลลัพธ์อย่างละเอียด ย่อมมีโอกาสถูกอ้างอิงมากกว่าบทความที่เรียบเรียงข้อมูลจากเว็บไซต์อื่นเพียงอย่างเดียว

แม้ว่าวิธีนี้อาจใช้เวลามากกว่าการสร้าง Backlink ด้วยวิธีอื่น แต่ก็เป็นแนวทางที่ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้เว็บไซต์ได้อย่างยั่งยืน และมีโอกาสได้รับลิงก์ใหม่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อมีผู้ค้นพบเนื้อหาของคุณ

2. เขียน Guest Post บนเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ

Guest Post คือการเขียนบทความลงบนเว็บไซต์อื่น เป็นอีกวิธีทำ Backlink ที่ได้รับความนิยม สิ่งสำคัญไม่ใช่จำนวนบทความที่เผยแพร่ แต่คือคุณภาพของเว็บไซต์ที่เลือกเผยแพร่ และควรเลือกเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับธุรกิจและมีผู้เข้าชมจริง โดยพิจารณาผ่านปัจจัยเหล่านี้

  • เว็บไซต์มีเนื้อหาอยู่ในอุตสาหกรรมเดียวกันหรือใกล้เคียง
  • มีการอัปเดตบทความอย่างต่อเนื่อง
  • หน้าเว็บไซต์สามารถค้นหาเจอบน Google และถูกจัดทำดัชนี (Index) ตามปกติ
  • มีผู้เข้าชมจริง ไม่ใช่เว็บไซต์ที่สร้างขึ้นเพื่อขาย Backlink เป็นหลัก

นอกจากนี้ บทความที่ส่งไปควรเป็นบทความใหม่ มีคุณภาพ และให้ประโยชน์กับผู้อ่านของเว็บไซต์นั้นจริง ๆ ไม่ควรนำบทความเดิมมาเผยแพร่ซ้ำ หรือใส่ลิงก์จำนวนมากเกินความจำเป็น เพราะอาจทำให้ดูเป็นการสร้างลิงก์เพื่อปั่นอันดับมากกว่าการแบ่งปันความรู้

3. ทำ Digital PR เพื่อให้เว็บไซต์อื่นนำข้อมูลไปอ้างอิง

Digital PR เป็นการนำเสนอข้อมูลที่มีคุณค่า จนเว็บไซต์ข่าว สื่อออนไลน์ หรือเว็บไซต์ในอุตสาหกรรมเดียวกันเลือกนำไปอ้างอิงพร้อมใส่ลิงก์กลับมายังเว็บไซต์ต้นทาง วิธีนี้เหมาะกับธุรกิจที่มีข้อมูลเชิงลึกหรือข้อมูลต้นฉบับ เพราะยิ่งข้อมูลมีความน่าสนใจ โอกาสได้รับการอ้างอิงก็ยิ่งสูง

ตัวอย่างเช่น การเผยแพร่ผลสำรวจที่จัดทำขึ้นเอง รายงานแนวโน้มของอุตสาหกรรม งานวิจัย ข้อมูลเชิงลึก อินโฟกราฟิก หรือเครื่องมือออนไลน์ที่เปิดให้ใช้งานฟรี หากข้อมูลเหล่านี้มีความน่าสนใจ ก็มีโอกาสได้รับการอ้างอิงจากหลายเว็บไซต์โดยไม่ต้องติดต่อขอ Backlink ทีละแห่ง

ข้อดีของวิธีนี้คือ Backlink ที่ได้รับมักมาจากเว็บไซต์ที่มีความน่าเชื่อถือ และยังช่วยสร้างการรับรู้ให้กับแบรนด์ควบคู่ไปกับการทำ SEO

อย่างไรก็ตาม Digital PR ไม่ใช่การส่งข่าวประชาสัมพันธ์แบบหว่าน ควรเริ่มจากการสร้างข้อมูลที่มีคุณค่า เพราะท้ายที่สุดแล้ว เว็บไซต์ต่าง ๆ จะเลือกอ้างอิงเฉพาะเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านของตนเอง

4. เปลี่ยนลิงก์เสียให้กลายเป็น Backlink ของคุณ

Broken Link Building เป็นเทคนิคที่ได้รับความนิยมมานาน และยังใช้ได้ผลในปัจจุบัน หากทำอย่างถูกวิธี หลักการคือค้นหาเว็บไซต์ที่มีลิงก์เสีย (Broken Link) จากนั้นเสนอคอนเทนต์ของคุณให้เจ้าของเว็บไซต์ใช้แทนลิงก์เดิม

ตัวอย่างเช่น เว็บไซต์แห่งหนึ่งเคยอ้างอิงบทความจากแหล่งข้อมูลภายนอก แต่บทความนั้นถูกลบหรือเปิดไม่ได้แล้ว หากเว็บไซต์ของคุณมีเนื้อหาที่อธิบายเรื่องเดียวกันและมีคุณภาพใกล้เคียงหรือดีกว่า ก็สามารถติดต่อเจ้าของเว็บไซต์เพื่อแจ้งปัญหา พร้อมแนะนำบทความของคุณเป็นทางเลือกแทนได้

แม้ว่าวิธีนี้จะต้องใช้เวลาในการค้นหาและติดต่อเจ้าของเว็บไซต์ แต่หากทำได้จะเป็นการสร้างประโยชน์ให้ทั้งสองฝ่าย เพราะเจ้าของเว็บไซต์ได้แก้ไขลิงก์เสีย ส่วนเว็บไซต์ของคุณก็มีโอกาสได้รับ Backlink ที่เกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

5. ขอเพิ่มเว็บไซต์ของคุณในหน้า Resource Page

สมาคม มหาวิทยาลัย หน่วยงานภาครัฐ และเว็บไซต์เฉพาะทาง มักมีหน้า Resource Page หรือหน้ารวบรวมแหล่งข้อมูลที่เป็นประโยชน์สำหรับผู้อ่าน หากเว็บไซต์ของคุณมีบทความ เครื่องมือ หรือข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ก็สามารถติดต่อเพื่อขอให้เพิ่มลิงก์ในหน้านั้นได้

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกเว็บไซต์จะรับเพิ่มลิงก์ให้ทันที เพราะเจ้าของเว็บไซต์มักพิจารณาจากคุณภาพของเนื้อหา ความน่าเชื่อถือ และความเกี่ยวข้องกับหัวข้อของหน้า Resource Page เป็นหลัก

ดังนั้น ก่อนติดต่อควรเลือกบทความที่ให้ข้อมูลครบถ้วน มีแหล่งอ้างอิงที่เชื่อถือได้ และตอบโจทย์ผู้อ่านของเว็บไซต์นั้นจริง ๆ โอกาสได้รับการตอบรับก็จะสูงกว่า

6. สร้างโอกาสได้รับ Backlink ผ่านการเป็นผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม

อีกวิธีที่หลายเว็บไซต์มองข้ามคือ Expert Quote หรือการสร้างตัวตนในฐานะผู้เชี่ยวชาญ (Subject Matter Expert) จนเว็บไซต์หรือสื่อออนไลน์เลือกนำความคิดเห็นไปอ้างอิง พร้อมใส่ลิงก์กลับมายังเว็บไซต์ของคุณ

ตัวอย่างเช่น การให้สัมภาษณ์ การร่วมเสวนาออนไลน์ การเขียนบทความรับเชิญ การแสดงความคิดเห็นต่อประเด็นที่กำลังได้รับความสนใจ หรือการตอบคำถามผ่านแพลตฟอร์มที่เชื่อมต่อระหว่างผู้สื่อข่าวกับผู้เชี่ยวชาญ ล้วนเป็นโอกาสในการได้รับ Backlink จากเว็บไซต์ที่มีความน่าเชื่อถือ

แม้ว่าวิธีนี้จะไม่ได้สร้างลิงก์ได้รวดเร็วเหมือนการติดต่อขอ Guest Post แต่ Backlink ที่ได้รับมักมีคุณภาพสูง และยังช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับแบรนด์อีกด้วย

7. สร้างความสัมพันธ์กับเว็บไซต์ในอุตสาหกรรมเดียวกัน

การทำ Link Building ในรูปแบบ Relationship Building มักเกิดขึ้นจากความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างธุรกิจหรือผู้สร้างคอนเทนต์ในอุตสาหกรรมเดียวกัน 

ตัวอย่างเช่น การร่วมจัด Webinar การสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญ การทำ Podcast การเขียนบทความร่วมกัน หรือการอ้างอิงข้อมูลของกันและกันเมื่อมีเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง ล้วนเป็นโอกาสที่ทำให้เกิด Backlink อย่างเป็นธรรมชาติ

แนวทางนี้อาจใช้เวลาสร้างความสัมพันธ์มากกว่าวิธีอื่น แต่ลิงก์ที่ได้รับมักมีความเกี่ยวข้องกับเนื้อหาและเกิดขึ้นจากการตัดสินใจของเจ้าของเว็บไซต์ ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางที่ Google สนับสนุนมากกว่าการสร้างลิงก์เพื่อหวังผลด้านอันดับเพียงอย่างเดียว

ตารางเปรียบเทียบ Link Building ที่เหมาะสมกับคุณ

วิธีทำ Link Building

เหมาะกับเว็บไซต์ประเภทไหน

ระดับความยาก

ระยะเวลาที่เริ่มเห็นผล

Linkable Assets

ทุกเว็บไซต์ โดยเฉพาะเว็บไซต์ที่มีบทความเชิงความรู้

สูง

ระยะยาว

Guest Post

เว็บไซต์ธุรกิจ SME และเว็บไซต์ที่ต้องการสร้างความน่าเชื่อถือ

ปานกลาง

ปานกลาง

Digital PR

แบรนด์ องค์กร และเว็บไซต์ที่มีข้อมูลหรือสถิติเป็นของตัวเอง

สูง

ปานกลาง–ระยะยาว

Broken Link Building

เว็บไซต์ที่มีคอนเทนต์จำนวนมากและครอบคลุมหลายหัวข้อ

ปานกลาง

ปานกลาง

Resource Page

เว็บไซต์ความรู้ บล็อก และเว็บไซต์ที่มีบทความอ้างอิงคุณภาพ

ปานกลาง

ระยะยาว

Expert Quote

ผู้เชี่ยวชาญ เจ้าของธุรกิจ และองค์กรที่ต้องการสร้าง E-E-A-T

ปานกลาง

ปานกลาง–ระยะยาว

Relationship Building

ทุกธุรกิจที่ต้องการสร้างความร่วมมือกับเว็บไซต์ในอุตสาหกรรมเดียวกัน

ปานกลาง

ระยะยาว

link-building-strategies-04

วิธีเลือกเว็บไซต์สำหรับทำ Backlink คุณภาพ

ไม่ใช่ทุกเว็บไซต์ที่เหมาะสำหรับการสร้าง Backlink ก่อนตัดสินใจทำ Link Building ลองพิจารณาปัจจัยต่อไปนี้

1. เว็บไซต์มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับธุรกิจหรืออุตสาหกรรมเดียวกัน

ลิงก์ที่มาจากเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาใกล้เคียงกัน มักมีคุณค่ามากกว่าลิงก์จากเว็บไซต์ที่ไม่เกี่ยวข้องเลย

2. เว็บไซต์มีผู้เข้าชมจริงและมีการอัปเดตอย่างสม่ำเสมอ

เว็บไซต์ที่หยุดอัปเดตเป็นเวลานาน หรือแทบไม่มีผู้ใช้งาน อาจไม่ได้ช่วยเพิ่มคุณค่าให้กับ Backlink มากนัก

3. หน้าเว็บและบทความถูกจัดทำดัชนีบน Google

หากเว็บไซต์หรือบทความไม่ถูกจัดทำดัชนี ลิงก์ที่ได้รับก็อาจไม่มีประโยชน์เท่าที่ควร

4. ลิงก์อยู่ภายในเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

ลิงก์ที่ถูกอ้างอิงภายในบทความตามธรรมชาติ มักมีคุณค่ามากกว่าลิงก์ที่แยกตัวอยู่โดด ๆ

5. เว็บไซต์ไม่ได้สร้างขึ้นเพื่อขาย Backlink เป็นหลัก

หากพบว่ามีบทความจากหลายธุรกิจที่ไม่เกี่ยวข้องกัน พร้อมลิงก์ออกจำนวนมากผิดปกติ ก็ควรหลีกเลี่ยง เพราะอาจเข้าข่ายเว็บไซต์ที่สร้างขึ้นเพื่อปั่นอันดับ 

การเลือกเว็บไซต์ที่มีคุณภาพตั้งแต่ต้น อาจใช้เวลามากกว่าการสร้างลิงก์แบบหว่าน แต่จะช่วยลดความเสี่ยงและทำให้ Link Building มีประสิทธิภาพในระยะยาว

5 สัญญาณที่ควรระวัง เสี่ยงเป็นเว็บไซต์สแปม

  1. มีบทความจำนวนมากที่ไม่เกี่ยวข้องกัน เช่น วันนี้เขียนเรื่องสุขภาพ พรุ่งนี้เป็นคาสิโน และวันถัดไปเป็นสินเชื่อ
  2. เนื้อหาส่วนใหญ่ไม่มีคุณภาพ หรือดูเหมือนสร้างขึ้นเพื่อแทรกลิงก์เป็นหลัก
  3. มีลิงก์ออกไปยังเว็บไซต์จำนวนมากในแทบทุกบทความ
  4. เว็บไซต์แทบไม่มีการอัปเดต หรือไม่มีผู้เข้าชมจริง
  5. ค้นหาชื่อเว็บไซต์บน Google แล้วไม่พบหน้าหลักหรือบทความสำคัญ

หากพบหลายข้อพร้อมกัน ควรหลีกเลี่ยงเว็บไซต์ดังกล่าว และเลือกสร้าง Backlink จากเว็บไซต์ที่มีความน่าเชื่อถือมากกว่า

link-building-strategies-05

สิ่งที่ไม่ควรทำ หากไม่อยากโดน Google ลดคุณค่าลิงก์

แม้ Google จะยังใช้ลิงก์เป็นหนึ่งในสัญญาณสำหรับการจัดอันดับ แต่ก็มีนโยบายเกี่ยวกับ Link Spam อย่างชัดเจน หากมีการสร้างลิงก์เพื่อพยายามปั่นอันดับ ระบบอาจลดคุณค่าของลิงก์เหล่านั้น หรือในบางกรณีอาจมีการดำเนินการด้วย Manual Action

สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง ได้แก่

  1. ซื้อหรือขาย Backlink เพื่อหวังผลต่ออันดับการค้นหา
  2. ใช้โปรแกรมสร้าง Backlink อัตโนมัติ
  3. แลกลิงก์กันเป็นจำนวนมากโดยไม่มีความเกี่ยวข้อง
  4. ใช้เครือข่ายเว็บไซต์ หรือ Private Blog Network (PBN) เพื่อสร้างลิงก์กลับมายังเว็บไซต์หลัก
  5. แสดงความคิดเห็นตามเว็บไซต์ต่าง ๆ เพื่อแทรกลิงก์โดยไม่มีคุณค่า
  6. ใช้ Anchor Text เดิมซ้ำ ๆ ในทุกลิงก์
  7. สร้างลิงก์จากเว็บไซต์คุณภาพต่ำหรือเว็บไซต์ที่เข้าข่ายสแปม

link-building-strategies-06

ทำ Backlink แล้วต้องรอนานแค่ไหนจึงเห็นผล

ไม่มีระยะเวลาตายตัวว่าการทำ Backlink จะเห็นผลภายในกี่วันหรือกี่เดือน เพราะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น คุณภาพของเว็บไซต์ต้นทาง คุณภาพของหน้าเว็บที่ได้รับลิงก์ ความสามารถในการรวบรวมข้อมูลของ Google และการแข่งขันของคีย์เวิร์ด

โดยทั่วไป หลังจาก Google ค้นพบและจัดทำดัชนีลิงก์แล้ว ยังต้องใช้เวลาในการประเมินคุณภาพและความเกี่ยวข้องของลิงก์นั้นร่วมกับปัจจัยอื่น ๆ ของเว็บไซต์ ดังนั้น การทำ Backlink จึงควรมองเป็นการลงทุนระยะยาว ไม่ใช่เทคนิคที่ให้ผลลัพธ์ทันที

แทนที่จะติดตามจำนวนลิงก์เพียงอย่างเดียว ควรสังเกตการเปลี่ยนแปลงของ Organic Traffic อันดับคีย์เวิร์ด และจำนวน Referring Domains ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่ากลยุทธ์ Link Building กำลังเดินมาถูกทาง

Link Building ยังคงเป็นส่วนสำคัญของ SEO แต่แนวทางที่ได้ผลแตกต่างจากอดีตอย่างชัดเจน เพราะ Google ให้ความสำคัญกับคุณภาพและความเป็นธรรมชาติของลิงก์มากกว่าปริมาณ

หากต้องการทำ Backlink ให้เกิดประโยชน์ในระยะยาว ควรเริ่มจากการสร้างคอนเทนต์ที่มีคุณค่า เลือกเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องและน่าเชื่อถือ พร้อมหลีกเลี่ยงเทคนิคที่ขัดต่อนโยบายของ Google แม้ว่าวิธีเหล่านี้อาจใช้เวลามากกว่าการสร้างลิงก์แบบเร่งด่วน แต่ก็ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้เว็บไซต์ และสนับสนุนการเติบโตได้อย่างยั่งยืน

คำถามที่พบบ่อย

Link Building กับ Backlink ต่างกันอย่างไร?

Backlink คือ “ลิงก์” ที่เว็บไซต์อื่นเชื่อมมายังเว็บไซต์ของเรา ส่วน Link Building คือกระบวนการในการสร้างโอกาสให้เว็บไซต์ได้รับ Backlink ที่มีคุณภาพ

ควรเริ่มหลังจากเว็บไซต์มีเนื้อหาที่มีคุณภาพ และทำ On-page SEO ในส่วนสำคัญเรียบร้อยแล้ว เพื่อใช้ประโยชน์จาก Backlink ได้สูงสุด

หากซื้อ Backlink เพื่อหวังผลต่อการจัดอันดับบน Google ถือเป็นแนวทางที่ขัดต่อนโยบาย Spam Policies ของ Google และอาจทำให้ลิงก์เหล่านั้นถูกลดคุณค่าหรือไม่นำมาพิจารณาในการจัดอันดับ

ไม่มีระยะเวลาที่แน่นอน เพราะขึ้นอยู่กับคุณภาพของเว็บไซต์ ความน่าเชื่อถือของลิงก์ และการแข่งขันของคีย์เวิร์ด โดยทั่วไปอาจใช้เวลาหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือนจึงเริ่มเห็นผล

ลิงก์จากโซเชียลมีเดียไม่ได้ส่งผลต่ออันดับโดยตรงเหมือน Backlink จากเว็บไซต์ทั่วไป แต่สามารถช่วยเพิ่มการเข้าถึงคอนเทนต์ สร้างการรับรู้แบรนด์ และเพิ่มโอกาสที่เว็บไซต์อื่นจะนำเนื้อหาไปอ้างอิงต่อได้

ไม่เสมอไป สิ่งสำคัญคือความเกี่ยวข้องของเนื้อหาและความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์ หากธุรกิจของคุณมุ่งเน้นกลุ่มลูกค้าในประเทศไทย Backlink จากเว็บไซต์ไทยที่มีคุณภาพและเกี่ยวข้องกับธุรกิจ มักให้ประโยชน์มากกว่าลิงก์จากเว็บไซต์ต่างประเทศที่ไม่เกี่ยวข้อง

Article by
SEO Team Lead และผู้เชี่ยวชาญด้าน SEO ที่ Move Ahead Media บริษัทดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งในกรุงเทพฯ ประเทศไทย ผมช่วยลูกค้าเพิ่มปริมาณการเข้าชมเว็บไซต์แบบออร์แกนิคผ่าน SEO ทางเทคนิค กลยุทธ์ด้านคอนเทนต์ และการวิจัยคีย์เวิร์ดที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล โดยเน้นตลาดไทยเป็นหลัก นอกจากนี้ ผมยังเขียนบทความเกี่ยวกับ SEO และดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งเป็นภาษาไทยด้วย
Facebook
Twitter
LinkedIn
WhatsApp

เริ่มต้นด้วยการรับคำปรึกษาฟรี

และให้เราช่วยพาธุรกิจของคุณ Think Ahead ไปด้วยกัน

CAPTCHA image

Please type the characters

Get Instant PDF Access

ลงทะเบียนรับ AI SEO Audit ฟรี

รับรายงานวิเคราะห์ SEO เชิงลึก พร้อมสิทธิพิเศษสำหรับผู้เข้าร่วมงาน เมื่อเพิ่มเพื่อนผ่าน LINE
QR Code เพื่อแชทกับทีมผู้เชี่ยวชาญผ่าน LINE
L_gainfriends_2dbarcodes_BW-1