เคยตะโกนคุยกับใครซักคนในที่ที่เปิดเพลงดัง ๆ ไหม? แค่ตอนนี้เราไม่ได้คุยกับเพื่อน เราในตอนนี้กำลังพยายามคุยกับทุกคนที่ผ่านไปมาเมื่อแนะนำสินค้าดี ๆ และเว็บไซต์เจ๋ง ๆ แต่ยอด Traffic ที่ได้มาต่ำเตี้ยเรี่ยดิน… แถมยังมาจากหน้าม้าอีกต่างหาก
มันเจ็บอยู่ในใจแน่นอน ทั้ง ๆ ที่คุณก็นั่งตั้งค่า Ads จนดึกดื่นอยู่หลายคืน จะโพสต์อะไรก็เครียด ไม่รู้ว่าจะได้ยอดเอนเกจแค่ไหน… เรามองเห็นความตั้งใจนั้นนะ แต่คนที่คุณอยากให้มองเห็นโพสต์ (และความตั้งใจ) มันดันไม่ใช่เราไง
จดไว้เลยนะ จะบอกว่าต่อให้คุณเล่นเทรนด์ที่ใหม่ที่สุด ใช้แผ่นเสียงที่ไวรัลที่สุด คุณก็ไม่มีทางไปถึงเป้าหมายที่ต้องการได้อยู่ดี เพราะแผ่นเสียงกับเทรนด์พวกนั้นมันไม่ได้มีไว้เพื่อทำให้แบรนด์ของคุณไวรัลได้หรอก
ถ้าให้เปรียบอินเตอร์เน็ตเป็นสถานที่ ที่นี่ก็เป็นเหมือนกับที่ที่ชุกชุมยุ่งเหยิงที่ไม่เหมาะให้คุณโยนไอเดียเข้าไปลุ่น ๆ แล้วพนมมือขอให้แบรนด์ตัวเองดังเปรี้ยง (ไม่งั้นเราจะเจ๊งกันหมด) เพราะฉะนั้น การให้ลำดับความสำคัญกับช่องทางที่ใช่แต่ละช่องทางจึงเป็นความคิดที่ส่งผลดี เปรียบได้กับตัวช่วยพิเศษที่จะช่วยให้แบรนด์ของคุณเข้าถึงกลุ่มคนที่คุณอยากสื่อสารด้วยได้
ประเภทของช่องทาง Digital Marketing แบบต่าง ๆ
รู้ไหมว่าปัญหาจริง ๆ ของการทำ Digital Marketing ไม่ใช่เพราะว่ามันไม่รู้จะทำอะไร แต่ปัญหาจริง ๆ ของมันคือมันมีอะไรให้ทำเยอะมากกก ต่างหาก!
ในเศรษฐกิจที่มีธุรกิจมากมายนั้น เราขอแบ่งประเภทธุรกิจออกเป็น 2 ประเภท หลัก ๆ ประเภทแรกคือกลุ่มคนยึดมั่น พวกเขาจะเกาะกลยุทธ์เหมือนปลิงเกาะขาเพราะไม่กล้าเดินหน้าแบรนด์ไปทิศทางใหม่ ๆ ส่วนอีกประเภทก็เป็นกลุ่มคนนักผจญภัย เล่นทุกเทรนด์ที่มี ใส่ทุกแท็กที่ติดเทรนด์ ราวกับว่าการวางกลยุทธ์แบรนด์นั้นเป็นเรื่องฝันไป
แต่รู้อะไรไหม? ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจประเภทไหน ปัญหาเดียวกันที่ธุรกิจเหล่านี้ต้องเจอ คือ ความรู้สึกเบิร์นเอาท์และสูญเสียงบประมาณทำคอนเทนท์ไปเปล่า ๆ … เราไม่อยากให้แบรนด์ของคุณกลายเป็นแบบนั้น
เพราะฉะนั้น มาดูความแตกต่างของช่องทาง Digital Marketing แบบต่าง ๆ เพื่อให้มั่นใจว่าคุณจะไม่จมอยู่กับความท้อแท้แบบนั้นกันเถอะ
การทำคอนเทนท์การตลาด (Content Marketing)
รู้ว่าเบื่อแล้ว แต่เราก็จะขอย้ำอีกซักรอบว่า “คอนเทนท์ คือ พ่อทุกสถาบัน” (“Content is king”) เพราะถึงแม้ว่าประโยคนี้มันจะถูกพูดซ้ำ ๆ แค่ไหนแต่เราก็ไม่สามารถหนีความจริงข้อนี้ได้ ลองนึกถึงครั้งสุดท้ายที่คุณเชื่อใจแบรนด์ที่เงียบหายไม่อัพเดต… ก็ไม่มีใช่มั้ยล่ะ มิหนำซ้ำยังมีวิจัยที่ระบุไว้ว่า 87% ของบริษัทใช้การทำคอนเทนท์การตลาดเพื่อเพิ่มยอด Brand Awareness เท่านี้ก็ชัดเจนแล้วว่าประโยค “Content is king” นั้นขลังจริง ๆ
การทำการตลาดบนโซเชียลมีเดีย (Social Media Marketing)
เคยส่องไถฟีดเฟสบุ๊คแล้วเจอโพสต์สวัสดีวันจันทร์จากญาติผู้ใหญ่ทุกเช้าไหม? เคยบอกต่อเสื้อผ้าราคาถูกจาก TikTok ให้กับเพื่อนรึเปล่า? รู้จักท่าโพสท์ Y2K หรือไม่? การเชื่อมโยงเหล่านี้ไม่ได้เป็นแค่เรื่องของ ‘เด็กสมัยนี้’ อีกต่อไป แต่เป็นศูนย์กลางช่องทางติดต่อให้กับคนทุกเพศทุกวัย เพราะฉะนั้นถ้าแบรนด์ของคุณเชื่อมโยงกับใครไม่ทันเพราะไม่มีโซเชียลมีเดียจะมาโทษว่าเราไม่แนะนำไม่ได้นะ
การทำ SEO หรือ การพัฒนาคุณภาพเว็บไซต์เพื่อการจัดอันดับบนหน้าค้นหา (Search Engine Optimisation)
พูดถึงการตลาดออนไลน์แล้วจะไม่พูดถึงสงครามการทำ SEO เพื่อแย่งชิงอันดับ 1 บนหน้าค้นหาของ Google ได้อย่างไร เพราะว่าการทำ SEO เป็นการวางแผนการตลาดเชิงกลยุทธ์เพื่อให้ได้อันดับ 1 บนหน้าค้นหาที่ทุกแบรนด์ต่างก็ต่อสู้เพื่อแย่งชิงพื้นที่ในตรงนั้น ไม่ว่าจะใช้คียเวิร์ด การปรับหน้าเว็บไซต์ หรือพันธมิตรการไต่อันดับ 1 ชั้นยอดอย่างการทำ(Backlinks) ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสุดยอดกลยุทธ์การทำ SEO ที่จะทำให้ธุรกิจของคุณกลายเป็นธุรกิจที่แนวหน้าในสายตาของคู่แข่งในแบบที่คุณต้องการได้เลยทีเดียว
อีเมล์มาร์เก็ตติ้ง หรือ การทำการตลาดผ่านอีเมล์ (Email Marketing)
ถ้าเปรียบโซเชียลมีเดียเป็นปาร์ตี้ที่ทั้งเสียงดังและวุ่นวายไปด้วยผู้คน การทำอีเมล์มาร์เก็ตติ้งเปรียบเสมือนพื้นที่ที่เราได้นั่งดีพทอล์คและแลกเปลี่ยนเอเนอร์จี้ดี ๆ ไปด้วยกัน เพราะว่าคนที่กดรับข่าวสารผ่าน Email Marketing เขาอยากอ่านข่าวสารจาก “คุณ” จริง ๆ เพราะฉะนั้น คุณก็ไม่ต้องไปตะโกนแข่งหรือทำตามเทรนด์แบบใคร ๆ ในพื้นที่แห่งนี้ คุณสามารถสื่อสารข้อความที่ต้องการด้วยโทนและน้ำเสียงของแบรนด์คุณได้อย่างเต็มที่
การจ่ายเงินทำโฆษณา (Paid Ads)
จะบอกความจริงอะไรให้อย่างนะ… การทำ SEO ดีจริง แต่มันก็ใช้เวลานานกว่าจะเห็นผล เป็นเหมือนไม้กวาดรุ่นนิมบัส 2000 ที่พาคุณไปถึงความสำเร็จที่ยั่งยืนโดยไม่มีบัตร VIP ตัดภาพมาที่การจ่ายเงินทำโฆษณาที่จะพาคุณขี่ม้านิลมังกรลัดคิวยาว ๆ ไปนำเสนอสินค้าบนหน้าฟีดของลูกค้าได้ตั้งแต่วันนี้โดยไม่ต้องรอ แถมยังสามารถเจาะกลุ่มคนรับโฆษณาให้ได้ตรงเป้าหมายตั้งแต่ย่านที่อยู่อาศัยไปจนถึงรสนิยมมัทฉะลาเต้ (หรือจะสะกด ‘มัตจะลัตเต’ ตามราชบัณฑิตฯ ) ที่ชอบดื่มก็สามารถทำได้ไม่ยากเลย สำหรับคนที่ทำไม่เป็นนั้น เราทำคู่มือยิงโฆษณา 2026 ฉบับ มือใหม่ก็ทำตามได้ ไว้ให้แล้ว
การทำ Digital Marketing ช่วยคุณยังไงได้บ้าง?
ไม่แปลกที่เราจะชะเง้อหาแบรนด์ที่ทำดิจิตอลมาร์เก็ตติ้งได้ดีกว่าเพื่อขอคำแนะนำ “การทำกลยุทธ์ Digital Markating ที่ดีที่สุด” แต่เราขอช็อตฟีลคุณตรงนี้เลยว่าของแบบนั้นมันไม่มีอยู่จริงหรอก
เป้าหมายบริษัทของคุณ กระบวนการตัดสินใจของลูกค้า (Customer Journey) ของคุณ และแหล่งทรัพยากรมันเป็นเรื่องที่เฉพาะเจาะจง นั่นหมายความว่ากลยุทธ์ของคุณก็ต้องเป็นกลยุทธ์ที่เฉพาะเจาะจงสำหรับแบรนด์ของคุณเช่นกัน พอจัดการเส้นผมบังภูเขาตรงนี้ไปได้แล้วคุณก็จะเห็นว่าเหตุผลที่แท้จริงที่เราต้องลงทุนกับ Digital Marketing มันก็เป็นเพราะว่า… โอเค มันก็ช่วยเรื่องการบูสต์ยอดการเข้าเว็บไซต์ (Traffic) เพื่อไต่ยอดบนหน้าเสิร์ชของ Google ด้วย แต่เหตุผลนี้เป็นเหตุผลที่เบสิกมาก ๆ ยิ่งตอนนี้มันก็ปี 2025 แล้ว เหตุผลในการทำ Digital Marketing จริง ๆ ไม่ใช่แค่เพื่อให้แบรนด์ของเราได้รับการมองเห็น แต่เพื่อให้คนอื่น ๆ หาทางออกจากการมองเห็นเราไปทุกหนทุกแห่งต่างหาก
มาดูลิสต์กันว่าการทำ Digital Marketing ดีกับแบรนด์ของคุณอย่างไรบ้าง
ได้เล่าที่มาที่ไปของแบรนด์คุณ
ใคร ๆ ก็รู้ว่าตอนนี้คนเราไม่ได้ซื้อแค่สินค้าอีกต่อไป ลูกค้าเหล่านี้เค้าซื้อเรื่องราว ซึ่งแบรนด์ที่น่าจดจำส่วนใหญ่ก็ล้วนเป็นแบรนด์ที่มีเรื่องราวที่จับใจ เพราะฉะนั้นหากกลยุทธ์ของคุณมีแค่การรัวโพสต์ที่มีแต่แคปชั่นว่า “ซื้อสิ ซื้อเลย!” บอกเลยว่าการทำแบบนั้นไม่ได้ทำให้ลูกค้าอยากซื้อสินค้าของคุณแน่นอน คุณต้องสร้างเรื่องราวของแบรนด์ที่ทำให้คนที่เห็นนั้นอยากที่จะ “เป็นส่วนหนึ่ง” ของเรื่องราวเหล่านั้น
วางจุดยืนเพื่อทำให้แบรนด์ของตัวเองโดดเด่นออกมา
พื้นที่บนอินเตอร์เน็ตมันเถื่อน ยิ่งถ้าคุณพยายามให้แบรนด์เป็นแบรนด์ที่ “อยู่เป็น” เพื่อทุกคน แบรนด์ของคุณก็จะไม่มีอัตลักษณ์อะไรให้ใครจดจำเลย ถึงมันจะเป็นคำคมที่ฟังดูเชยแต่มันคือเรื่องจริง คุณต้องทำให้น้ำเสียงมีความสม่ำเสมอ นั่นหมายความว่าคุณจะต้องตัดสินใจเลือกว่าจะเป็นแบรนด์เสียงเข้มขึงขังแบบโอเลี้ยงหรือหวานนุ่มละมุนใจแบบลาเต้ คุณต้องเลือกให้ได้ และสิ่งเหล่านี้จะทำให้คุณกลายเป็น “แบรนด์เพียงหนึ่งเดียว” ในใจลูกค้าของคุณ
เข้าถึงลูกค้าถูกกลุ่ม
บอกเลยว่าอาวุธสำคัญในการทำ Digital Marketing คือความสามารถในการกำหนดกลุ่มเป้าหมายได้อย่างแม่นยำท่ามกลางความต้องการบริโภคจำนวนมหาศาล ลองคิดดูว่าคุณยิงโฆษณาหาเฉพาะกลุ่มคนที่อาศัยอยู่ในเมืองเดียวกัน อายุ 25-35 และเพิ่งเสิร์ชหาร้านอาหารวีแกน บอกเลยว่าการเจาะกลุ่มเป้าหมายแบบนี้จะช่วยให้คุณได้นำเสนอสินค้าให้กับคนที่มองหาคุณจริง ๆ และตัดกำลังพวกแบรนด์ช่างพูดเจ๊าะแจ๊ะออกไปจากความสนใจ
แล้วช่องทางทำมาร์เก็ตติ้งที่ใช่คือช่องไหน?
โอเค หลังจากที่เกริ่นนำกันมานาน… ถึงเวลาเข้าประเด็นจริงจังเสียที
ถ้าให้ว่ากันตามตรง ความพยายามที่จะเป็นคนทุกที่ มันจะทำให้สุดท้ายแล้วเรากลายเป็นคนไม่มีที่อยู่เป็นหลักเป็นแหล่งเลยซักที่ การทำมาร์เก็ตติ้งก็เช่นกัน แม้ทุกช่องทางจะมีข้อดีของมัน แต่มาร์เก็ตติ้งแต่ละช่องทางก็ไม่ได้ถูกสร้างมาให้ตอบโจทย์ได้เท่า ๆ กัน ซึ่งสิ่งที่สำคัญที่สุดในสมการนี้ก็คือธุรกิจและกลุ่มเป้าหมายของคุณ
ยกตัวอย่างคลินิกกายภาพ ในขณะที่จุดแข็งของคุณ คือ คอ บ่า ไหล่ คุณเริ่มพึมพำ my lower back is killing me. (อย่าอ่านเป็นทำนองเพลงของ Britney Spears) ยิ่งเข่านี่ยิ่งไม่ต้องพูดถึง อายุเลข 2 แต่ได้เข่าเลข 4 ส่วนช่องค้นหาใน Google ก็เริ่มมีคีย์เวิร์ด “กายภาพใกล้ฉัน” แทนคีย์เวิร์ดช็อปปิงเสื้อผ้าแบรด์เนมไปแล้ว
บอกเลยว่ากลยุทธ์ SEO ที่แข็งแรงคือสิ่งแรกที่ธุรกิจในเคสนี้ต้องการ เพราะว่า JP ผู้เชี่ยวชาญด้าน SEO ของเรา ได้บอกกับเราไว้ว่า การทำ SEO นั้นเป็นอะไรที่มากว่าการไต่ขึ้นอันดับ 1 “มากกว่าการแตะอันดับ 1 การทำกลยุทธ์ SEO ที่ผ่านการคิดวิเคราะห์อย่างดีจะเป็นพลังสำคัญที่ช่วยส่งเสริม Brand Awareness ให้กับแบรนด์ได้อย่างมีนัยยะสำคัญ”
แต่แล้วถ้าเป้าหมายแตกต่างออกไปล่ะ? ถ้าเกิดว่าคลินิกกายภาพเจ้าเดิมเขาอยากจะเข้าถึงกลุ่มคนที่ใหญ่ขึ้น นั่นก็ถึงเวลาแล้วที่จะต้องใช้ช่องทางโซเชียลมีเดียเข้ามาช่วย เพราะ Digital Marketing ช่องนี้เป็นช่องทางที่เข้าถึงง่าย เป็นมิตร ทั้งยังเป็นช่องทางสำคัญที่จะสร้างความเชื่อมั่นและสร้างความสัมพันธ์ระว่างแบรนด์และกลุ่มเป้าหมายที่มองเห็นโพสต์ของเรา แน่นอนว่ามันดีก็ต่อเมื่อคุณทำโพสต์อะไรที่มากกว่าโผล่แจกโปรโมชั่นรัว ๆ จนรกฟีด เหมือนกับที่ลี ผู้เชี่ยวชาญด้าน PPC บอกกับเราไว้ว่า “ความผิดพลาดที่ผมเจอบ่อยในกลุ่มธุรกิจเล็ก ๆ คือการทำโพสต์เฉพาะโพสต์โปรโมชั่นและคอนเทนท์ฮาร์ดเซล์ เพราะว่าโซเชียลมีเดียมันไม่ใช่แค่พื้นที่ขายของ มันเป็นพื้นที่สำหรับสร้างความเชื่อใจ บอกเล่าเรื่องราว และเชื่อมโยงกับผู้คนด้วย”
พอจะเห็นความแตกต่างของการใช้งานบ้างแล้วใช่ไหม?
สรุปง่าย ๆ ก็ คือ การเลือกช่องทาง Digital Marketing นั้นควรเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับจุดประสงค์ด้านธุรกิจและพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมายของคุณ
มากกว่าการเลือกช่องทาง คือการแต่งตั้งหน้าที่เว็บไซต์และสวมใส่ดีไซน์เก๋ให้ดูดี
ยังอยู่กับเราใช่มั้ย? ขอบคุณมาก ก่อนหน้านี้เราพูดถึงการทำโฆษณาเสียเงิน การทำ SEO และการทำการตลาดบนโซเชียลมีเดียไปแล้ว แต่รู้ไหมว่าการทำทุกอย่างนี้มีจุดมุ่งหมายปลายถนนอยู่ที่เดียว และที่นั้นก็คือ “หน้าเว็บไซต์” ซึ่งนับได้ว่าเป็นรากฐานการทำมาร์เก็ตติ้ง เป็นพื้นที่ที่คุณจะสามารถควบคุมเรื่องราว โทน และวิธีการนำเสนอได้อย่างเต็มที่
สิ่งที่ทำให้เว็บไซต์ของคุณเป็นเว็บไซต์ที่เจ๋งได้คืออะไร?
ลองนึกถึงเว็บไซต์ล่าสุดที่ทำให้คุณกดปิดไปด้วยความหงุดหงิด สาเหตุอาจจะเป็นได้ทั้งจากการที่หน้าเว็บฯ อืดเป็นเต่าคลาน ดีไซน์บนเว็บไซต์ที่เละเทะ หรือคุณเสิร์ชหาอะไรในนั้นก็ไม่เจอสักอย่าง หากหน้าเว็บไซต์ที่ทำให้คุณหงุดหงิดเป็นแบบที่ว่ามานี้ ให้มองเลยว่านี่คือตำราสูญเสียลูกค้า 101 เพราะเว็บไซต์ที่เจ๋งจะทำในเรื่องตรงกันข้ามกับที่ว่ามาทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นหน้าเว็บไซต์ที่โหลดลื่นจนเราไม่ทันได้สังเกต ไหนจะความสะดวก และการดีไซน์หน้าเว็บฯ ที่ใช้งานง่ายจนทำให้ผู้ใช้งานกลายเป็นลูกค้าชั้นยอดของเราได้ไม่ยาก
ครีเอทีฟ… สูตรสำคัญที่ทำให้ทุกอย่างออกมาดี
ถ้าจะให้พูดว่า “เก็บเปรี้ยวไว้กินหวาน” ก็คงจะเป็นประมาณนั้น เพราะเราไม่มีทางปฏิเสธได้ว่าความครีเอทีฟนั้นเป็นสูตรสำคัญที่ทำให้กลยุทธ์ที่วางมามีผลลัพธ์ที่ดี ไม่ว่าจะก็อปปี้ไรท์ติ้งที่มีคารมคมคาย ภาพกราฟฟิกที่ดึงดูดสายตาจนต้องเลื่อนกลับมาดูอีกครั้ง หรือจะการใช้แอปพลิเคชั่นที่สะดวกง่ายดายจนคนใช้งานไม่รู้ตัวว่าผ่านการออกแบบมาอย่างเลือดตาแทบกระเด็น… คือคุณสามารถวางกลยุทธ์การตลาดที่แสนจะเฉียบคมได้ แต่กลยุทธ์เหล่านั้นจะไร้ความหมายหากไร้ซึ่งครีเอทีฟในขั้นตอนการนำเสนอ
ควรเลือกอะไรเพื่อทำให้ธุรกิจของเราประสบความสำเร็จในปี 2026 ดี?
ในโลกที่สมบูรณ์แบบนั้น เราคงจะมีเวลามากพอที่จะทำมาร์เก็ตติ้งในทุก ๆ ช่องทางให้ออกมาดี แต่สำหรับธุรกิจขนาดเล็กนั้น… โลกแห่งความเป็นจริงมันบอกว่าเราต้องเรียงลำดับความสำคัญ
ในขณะที่ไม่มีใครปฏิเสธข้อดีของการยิงโฆษณาหรือการทำ SEO ช่องทางเหล่านี้ต่างก็อาศัยเวลาและทรัพยากรที่คุณในตอนนี้ก็ยังไม่สามารถครอบครองได้ทั้งคู่
ดังนั้นแล้ว หนทางที่ดีที่สุดในการเลือกช่องทางการทำ Digital Marketing ที่ใช่ในปี 2026 คือ คุณต้องรู้จักกลุ่มเป้าหมายของตัวเอง เมื่อคุณเข้าใจว่ากลุ่มเป้าหมายของตัวเองมีพฤติกรรมอะไรและมีความสนใจอะไร ทุกการตัดสินใจที่คุณทำก็จะเห็นภาพของผลลัพธ์ที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น
ก่อนจะเริ่มวางกลยุทธ์เข้มข้นไปถึงระดับมาร์เก็ตติ้งแบบรวมทุกช่องทางในที่เดียว (Omnichannel Marketing) ได้โปรดอย่าลืมว่าเว็บไซต์ที่แข็งแรงคือกำลังสำคัญของความสำเร็จทั้งหมด เพราะ “สำหรับธุรกิจที่ยังมีทรัพยากรไม่มากพอที่จะตั้งทีม ให้เริ่มต้นที่การปรับ การเข้าถึงหน้าเว็บไซต์ การทำ On-Page SEO และการทำคอนเทนท์ เพื่อให้มั่นใจว่าเครื่องมือของ Google จะเข้าไปจัดอันดับหน้าเว็บฯ ของคุณขึ้นสู่อันดับค้นหาได้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้คือปัจจัยพื้นฐานของทุก ๆ อย่าง” ซึ่งสิ่งเหล่านี้ ก็เป็นคำที่ JP ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน SEO ของเราได้กล่าวไว้
รู้แล้วก็มาเริ่มด้วยกันที่ตรงนี้ แค่เตรียมเว็บไซต์ดี ๆ ไว้ จะทำการตลาดช่องทางไหนก็พร้อมลุยได้ยาว ๆ
อยากรู้ว่าช่องทาง Digital Marketing ช่องไหนเหมาะกับธุรกิจของตัวเองมากที่สุด? ดาวน์โหลดควิซฟรีของเราได้เลย!
คำถามที่พบบ่อย
ควรเช็คและปรับกลยุทธ์ของช่องทาง Digital Marketing บ่อยแค่ไหน?
A: ควรแบ่งการตรวจเช็คกลยุทธ์ออกเป็น 3 ช่วงใหญ่ ๆ
- รายเดือน ตรวจลึกถึงระดับรายละเอียด เช็คข้อมูลให้ถี่ถ้วน วิเคราะห์เจาะลึกแต่ละแคมเปญ ก่อนที่จะเอาแต่ละอย่างมาปรับให้เข้ากับเทรนด์ฮิตในช่วงเวลานั้น
- รายไตรมาส ถอยออกมามองภาพรวมซักก้าวหนึ่ง พิจารณารูปแบบการนำเสนอ วิเคราะห์สิ่งที่ได้จากบัดเจ็ตที่ลงทุนไป และพยายามค้นหาโอกาสใหม่ ๆ
- รายปี วางเป้าหมายให้ใหญ่ วางแผนเฉลิมฉลองความสำเร็จประจำปี เรียนรู้จากความผิดพลาด และตั้งเป้าหมายสำหรับแผนใหม่ในปีที่กำลังจะมาถึง
ในช่วงขั้นตอนการตรวจสอบนั้น คุณต้องไม่ลืมที่จะเปิดกว้างและยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลงด้วย เรารู้ว่ารูทีนมันเป็นอะไรที่สะดวกและปลอดภัย แต่ความสะดวกนั้นไม่นำพาไปสู่การเติบโต เพราะว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดในการทำ Digital Marketing คือเราต้องพร้อมที่จะเป็นส่วนหนึ่งไปกัมัน
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่เราควรจะต้องเลี่ยงเมื่อใช้ Digital Marketing ช่องทางต่าง ๆ คืออะไร?
A: ข้อแรกคือการลงทุนทำมาร์เก็ตติ้งไปโดยไม่มีกลยุทธ์ เพราะมันคือการเอาเงินก้อนไปโยนแม่น้ำแล้วอธิษฐานเอาเด้อให้งานออกมาเวิร์ค (ง่าย ๆ ก็ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ) ส่วนอีกข้อคือพยายามสื่อสารกับทุกคน อย่าลืมเป็นอันขาดว่าการพยายามสื่อสารกับทุกคนนั้นไม่ต่างอะไรกับการไม่ได้สื่อสารกับใครเลยแม้แต่คนเดียว
การทำคอนเทนท์มาร์เก็ตติ้ง (Content Marketing) เข้ากับช่องทางการตลาดช่องอื่น ๆ อย่างไร?
A: การทำคอนเทนท์มาร์เก็ตติ้งเป็นใจความสำคัญของทุก ๆ ช่อทาง มันหมายถึงคำที่ใช้ในโพสต์บนฟีด บทความที่อัปโหลดเพื่อการทำ SEO ไปจนถึงข้อความสื่อสารในอีเมล์ของคุณ เพราะถ้าหากการทำมาร์เก็ตติ้งในช่องทางต่าง ๆ ไม่มีการทำคอนเทนท์มาร์เก็ตติ้งที่แข็งแรงแล้ว สิ่งเหล่านี้ก็ไม่ต่างอะไรกับผ้าใบเปล่า ๆ ไร้คอนเทนท์มาร์เก็ตติ้งที่จะเป็นไม้เด็ดพิสูจน์ว่าแบรนด์ของคุณมีคาแรคเตอร์ชัดเจน และเป็นผู้เชี่ยวชาญมากพอที่จะทำให้คนหยุดฟังและอุดหนุนเรา