5 ช่องทาง Digital Marketing ที่สำคัญ : เลือกเวย์ที่ใช่ เพื่อให้แบรนด์มีที่ยืนในปี 2026

MoveAhead media's digital marketing blog banner. A hand with '5 Digital Marketing Channels' text, promoting brand standing by 2026.

Table of Contents

เคยตะโกนคุยกับใครซักคนในที่ที่เปิดเพลงดัง ๆ ไหม? แค่ตอนนี้เราไม่ได้คุยกับเพื่อน เราในตอนนี้กำลังพยายามคุยกับทุกคนที่ผ่านไปมาเมื่อแนะนำสินค้าดี ๆ และเว็บไซต์เจ๋ง ๆ แต่ยอด Traffic ที่ได้มาต่ำเตี้ยเรี่ยดิน… แถมยังมาจากหน้าม้าอีกต่างหาก

มันเจ็บอยู่ในใจแน่นอน ทั้ง ๆ ที่คุณก็นั่งตั้งค่า Ads จนดึกดื่นอยู่หลายคืน จะโพสต์อะไรก็เครียด ไม่รู้ว่าจะได้ยอดเอนเกจแค่ไหน… เรามองเห็นความตั้งใจนั้นนะ แต่คนที่คุณอยากให้มองเห็นโพสต์ (และความตั้งใจ) มันดันไม่ใช่เราไง

จดไว้เลยนะ จะบอกว่าต่อให้คุณเล่นเทรนด์ที่ใหม่ที่สุด ใช้แผ่นเสียงที่ไวรัลที่สุด คุณก็ไม่มีทางไปถึงเป้าหมายที่ต้องการได้อยู่ดี เพราะแผ่นเสียงกับเทรนด์พวกนั้นมันไม่ได้มีไว้เพื่อทำให้แบรนด์ของคุณไวรัลได้หรอก

ถ้าให้เปรียบอินเตอร์เน็ตเป็นสถานที่ ที่นี่ก็เป็นเหมือนกับที่ที่ชุกชุมยุ่งเหยิงที่ไม่เหมาะให้คุณโยนไอเดียเข้าไปลุ่น ๆ แล้วพนมมือขอให้แบรนด์ตัวเองดังเปรี้ยง (ไม่งั้นเราจะเจ๊งกันหมด) เพราะฉะนั้น การให้ลำดับความสำคัญกับช่องทางที่ใช่แต่ละช่องทางจึงเป็นความคิดที่ส่งผลดี เปรียบได้กับตัวช่วยพิเศษที่จะช่วยให้แบรนด์ของคุณเข้าถึงกลุ่มคนที่คุณอยากสื่อสารด้วยได้

ประเภทของช่องทาง Digital Marketing แบบต่าง ๆ

รู้ไหมว่าปัญหาจริง ๆ ของการทำ Digital Marketing ไม่ใช่เพราะว่ามันไม่รู้จะทำอะไร แต่ปัญหาจริง ๆ ของมันคือมันมีอะไรให้ทำเยอะมากกก ต่างหาก!

ในเศรษฐกิจที่มีธุรกิจมากมายนั้น เราขอแบ่งประเภทธุรกิจออกเป็น 2 ประเภท หลัก ๆ ประเภทแรกคือกลุ่มคนยึดมั่น พวกเขาจะเกาะกลยุทธ์เหมือนปลิงเกาะขาเพราะไม่กล้าเดินหน้าแบรนด์ไปทิศทางใหม่ ๆ ส่วนอีกประเภทก็เป็นกลุ่มคนนักผจญภัย เล่นทุกเทรนด์ที่มี ใส่ทุกแท็กที่ติดเทรนด์ ราวกับว่าการวางกลยุทธ์แบรนด์นั้นเป็นเรื่องฝันไป

แต่รู้อะไรไหม? ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจประเภทไหน ปัญหาเดียวกันที่ธุรกิจเหล่านี้ต้องเจอ คือ ความรู้สึกเบิร์นเอาท์และสูญเสียงบประมาณทำคอนเทนท์ไปเปล่า ๆ … เราไม่อยากให้แบรนด์ของคุณกลายเป็นแบบนั้น

เพราะฉะนั้น มาดูความแตกต่างของช่องทาง Digital Marketing แบบต่าง ๆ เพื่อให้มั่นใจว่าคุณจะไม่จมอยู่กับความท้อแท้แบบนั้นกันเถอะ

การทำคอนเทนท์การตลาด (Content Marketing)

รู้ว่าเบื่อแล้ว แต่เราก็จะขอย้ำอีกซักรอบว่า “คอนเทนท์ คือ พ่อทุกสถาบัน” (“Content is king”) เพราะถึงแม้ว่าประโยคนี้มันจะถูกพูดซ้ำ ๆ แค่ไหนแต่เราก็ไม่สามารถหนีความจริงข้อนี้ได้ ลองนึกถึงครั้งสุดท้ายที่คุณเชื่อใจแบรนด์ที่เงียบหายไม่อัพเดต… ก็ไม่มีใช่มั้ยล่ะ มิหนำซ้ำยังมีวิจัยที่ระบุไว้ว่า 87% ของบริษัทใช้การทำคอนเทนท์การตลาดเพื่อเพิ่มยอด Brand Awareness เท่านี้ก็ชัดเจนแล้วว่าประโยค “Content is king” นั้นขลังจริง ๆ

การทำการตลาดบนโซเชียลมีเดีย (Social Media Marketing)

เคยส่องไถฟีดเฟสบุ๊คแล้วเจอโพสต์สวัสดีวันจันทร์จากญาติผู้ใหญ่ทุกเช้าไหม? เคยบอกต่อเสื้อผ้าราคาถูกจาก TikTok ให้กับเพื่อนรึเปล่า? รู้จักท่าโพสท์ Y2K หรือไม่? การเชื่อมโยงเหล่านี้ไม่ได้เป็นแค่เรื่องของ ‘เด็กสมัยนี้’ อีกต่อไป แต่เป็นศูนย์กลางช่องทางติดต่อให้กับคนทุกเพศทุกวัย เพราะฉะนั้นถ้าแบรนด์ของคุณเชื่อมโยงกับใครไม่ทันเพราะไม่มีโซเชียลมีเดียจะมาโทษว่าเราไม่แนะนำไม่ได้นะ

การทำ SEO หรือ การพัฒนาคุณภาพเว็บไซต์เพื่อการจัดอันดับบนหน้าค้นหา (Search Engine Optimisation)

พูดถึงการตลาดออนไลน์แล้วจะไม่พูดถึงสงครามการทำ SEO เพื่อแย่งชิงอันดับ 1 บนหน้าค้นหาของ Google ได้อย่างไร เพราะว่าการทำ SEO เป็นการวางแผนการตลาดเชิงกลยุทธ์เพื่อให้ได้อันดับ 1 บนหน้าค้นหาที่ทุกแบรนด์ต่างก็ต่อสู้เพื่อแย่งชิงพื้นที่ในตรงนั้น ไม่ว่าจะใช้คียเวิร์ด การปรับหน้าเว็บไซต์ หรือพันธมิตรการไต่อันดับ 1 ชั้นยอดอย่างการทำ(Backlinks) ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสุดยอดกลยุทธ์การทำ SEO ที่จะทำให้ธุรกิจของคุณกลายเป็นธุรกิจที่แนวหน้าในสายตาของคู่แข่งในแบบที่คุณต้องการได้เลยทีเดียว

อีเมล์มาร์เก็ตติ้ง หรือ การทำการตลาดผ่านอีเมล์ (Email Marketing)

ถ้าเปรียบโซเชียลมีเดียเป็นปาร์ตี้ที่ทั้งเสียงดังและวุ่นวายไปด้วยผู้คน การทำอีเมล์มาร์เก็ตติ้งเปรียบเสมือนพื้นที่ที่เราได้นั่งดีพทอล์คและแลกเปลี่ยนเอเนอร์จี้ดี ๆ ไปด้วยกัน เพราะว่าคนที่กดรับข่าวสารผ่าน Email Marketing เขาอยากอ่านข่าวสารจาก “คุณ” จริง ๆ เพราะฉะนั้น คุณก็ไม่ต้องไปตะโกนแข่งหรือทำตามเทรนด์แบบใคร ๆ ในพื้นที่แห่งนี้ คุณสามารถสื่อสารข้อความที่ต้องการด้วยโทนและน้ำเสียงของแบรนด์คุณได้อย่างเต็มที่

การจ่ายเงินทำโฆษณา (Paid Ads)

จะบอกความจริงอะไรให้อย่างนะ… การทำ SEO ดีจริง แต่มันก็ใช้เวลานานกว่าจะเห็นผล เป็นเหมือนไม้กวาดรุ่นนิมบัส 2000 ที่พาคุณไปถึงความสำเร็จที่ยั่งยืนโดยไม่มีบัตร VIP ตัดภาพมาที่การจ่ายเงินทำโฆษณาที่จะพาคุณขี่ม้านิลมังกรลัดคิวยาว ๆ ไปนำเสนอสินค้าบนหน้าฟีดของลูกค้าได้ตั้งแต่วันนี้โดยไม่ต้องรอ แถมยังสามารถเจาะกลุ่มคนรับโฆษณาให้ได้ตรงเป้าหมายตั้งแต่ย่านที่อยู่อาศัยไปจนถึงรสนิยมมัทฉะลาเต้ (หรือจะสะกด ‘มัตจะลัตเต’ ตามราชบัณฑิตฯ ) ที่ชอบดื่มก็สามารถทำได้ไม่ยากเลย สำหรับคนที่ทำไม่เป็นนั้น เราทำคู่มือยิงโฆษณา 2026 ฉบับ มือใหม่ก็ทำตามได้ ไว้ให้แล้ว

Digital Marketing headline, a person holding a newspaper with benefits like reaching target audiences and brand differentiation.

การทำ Digital Marketing ช่วยคุณยังไงได้บ้าง? 

ไม่แปลกที่เราจะชะเง้อหาแบรนด์ที่ทำดิจิตอลมาร์เก็ตติ้งได้ดีกว่าเพื่อขอคำแนะนำ “การทำกลยุทธ์ Digital Markating ที่ดีที่สุด” แต่เราขอช็อตฟีลคุณตรงนี้เลยว่าของแบบนั้นมันไม่มีอยู่จริงหรอก

เป้าหมายบริษัทของคุณ กระบวนการตัดสินใจของลูกค้า (Customer Journey) ของคุณ และแหล่งทรัพยากรมันเป็นเรื่องที่เฉพาะเจาะจง นั่นหมายความว่ากลยุทธ์ของคุณก็ต้องเป็นกลยุทธ์ที่เฉพาะเจาะจงสำหรับแบรนด์ของคุณเช่นกัน พอจัดการเส้นผมบังภูเขาตรงนี้ไปได้แล้วคุณก็จะเห็นว่าเหตุผลที่แท้จริงที่เราต้องลงทุนกับ Digital Marketing มันก็เป็นเพราะว่า… โอเค มันก็ช่วยเรื่องการบูสต์ยอดการเข้าเว็บไซต์ (Traffic) เพื่อไต่ยอดบนหน้าเสิร์ชของ Google ด้วย แต่เหตุผลนี้เป็นเหตุผลที่เบสิกมาก ๆ ยิ่งตอนนี้มันก็ปี 2025 แล้ว เหตุผลในการทำ Digital Marketing จริง ๆ ไม่ใช่แค่เพื่อให้แบรนด์ของเราได้รับการมองเห็น แต่เพื่อให้คนอื่น ๆ หาทางออกจากการมองเห็นเราไปทุกหนทุกแห่งต่างหาก

มาดูลิสต์กันว่าการทำ Digital Marketing ดีกับแบรนด์ของคุณอย่างไรบ้าง

ได้เล่าที่มาที่ไปของแบรนด์คุณ

ใคร ๆ ก็รู้ว่าตอนนี้คนเราไม่ได้ซื้อแค่สินค้าอีกต่อไป ลูกค้าเหล่านี้เค้าซื้อเรื่องราว ซึ่งแบรนด์ที่น่าจดจำส่วนใหญ่ก็ล้วนเป็นแบรนด์ที่มีเรื่องราวที่จับใจ เพราะฉะนั้นหากกลยุทธ์ของคุณมีแค่การรัวโพสต์ที่มีแต่แคปชั่นว่า “ซื้อสิ ซื้อเลย!” บอกเลยว่าการทำแบบนั้นไม่ได้ทำให้ลูกค้าอยากซื้อสินค้าของคุณแน่นอน คุณต้องสร้างเรื่องราวของแบรนด์ที่ทำให้คนที่เห็นนั้นอยากที่จะ “เป็นส่วนหนึ่ง” ของเรื่องราวเหล่านั้น

วางจุดยืนเพื่อทำให้แบรนด์ของตัวเองโดดเด่นออกมา

พื้นที่บนอินเตอร์เน็ตมันเถื่อน ยิ่งถ้าคุณพยายามให้แบรนด์เป็นแบรนด์ที่ “อยู่เป็น” เพื่อทุกคน แบรนด์ของคุณก็จะไม่มีอัตลักษณ์อะไรให้ใครจดจำเลย ถึงมันจะเป็นคำคมที่ฟังดูเชยแต่มันคือเรื่องจริง คุณต้องทำให้น้ำเสียงมีความสม่ำเสมอ นั่นหมายความว่าคุณจะต้องตัดสินใจเลือกว่าจะเป็นแบรนด์เสียงเข้มขึงขังแบบโอเลี้ยงหรือหวานนุ่มละมุนใจแบบลาเต้ คุณต้องเลือกให้ได้ และสิ่งเหล่านี้จะทำให้คุณกลายเป็น “แบรนด์เพียงหนึ่งเดียว” ในใจลูกค้าของคุณ

เข้าถึงลูกค้าถูกกลุ่ม

บอกเลยว่าอาวุธสำคัญในการทำ Digital Marketing คือความสามารถในการกำหนดกลุ่มเป้าหมายได้อย่างแม่นยำท่ามกลางความต้องการบริโภคจำนวนมหาศาล ลองคิดดูว่าคุณยิงโฆษณาหาเฉพาะกลุ่มคนที่อาศัยอยู่ในเมืองเดียวกัน อายุ 25-35 และเพิ่งเสิร์ชหาร้านอาหารวีแกน บอกเลยว่าการเจาะกลุ่มเป้าหมายแบบนี้จะช่วยให้คุณได้นำเสนอสินค้าให้กับคนที่มองหาคุณจริง ๆ และตัดกำลังพวกแบรนด์ช่างพูดเจ๊าะแจ๊ะออกไปจากความสนใจ

TH-quote (1)

แล้วช่องทางทำมาร์เก็ตติ้งที่ใช่คือช่องไหน? 

โอเค หลังจากที่เกริ่นนำกันมานาน… ถึงเวลาเข้าประเด็นจริงจังเสียที

ถ้าให้ว่ากันตามตรง ความพยายามที่จะเป็นคนทุกที่ มันจะทำให้สุดท้ายแล้วเรากลายเป็นคนไม่มีที่อยู่เป็นหลักเป็นแหล่งเลยซักที่ การทำมาร์เก็ตติ้งก็เช่นกัน แม้ทุกช่องทางจะมีข้อดีของมัน แต่มาร์เก็ตติ้งแต่ละช่องทางก็ไม่ได้ถูกสร้างมาให้ตอบโจทย์ได้เท่า ๆ กัน ซึ่งสิ่งที่สำคัญที่สุดในสมการนี้ก็คือธุรกิจและกลุ่มเป้าหมายของคุณ

ยกตัวอย่างคลินิกกายภาพ ในขณะที่จุดแข็งของคุณ คือ คอ บ่า ไหล่ คุณเริ่มพึมพำ my lower back is killing me. (อย่าอ่านเป็นทำนองเพลงของ Britney Spears) ยิ่งเข่านี่ยิ่งไม่ต้องพูดถึง อายุเลข 2 แต่ได้เข่าเลข 4 ส่วนช่องค้นหาใน Google ก็เริ่มมีคีย์เวิร์ด “กายภาพใกล้ฉัน” แทนคีย์เวิร์ดช็อปปิงเสื้อผ้าแบรด์เนมไปแล้ว

บอกเลยว่ากลยุทธ์ SEO ที่แข็งแรงคือสิ่งแรกที่ธุรกิจในเคสนี้ต้องการ เพราะว่า JP ผู้เชี่ยวชาญด้าน SEO ของเรา ได้บอกกับเราไว้ว่า การทำ SEO นั้นเป็นอะไรที่มากว่าการไต่ขึ้นอันดับ 1 “มากกว่าการแตะอันดับ 1 การทำกลยุทธ์ SEO ที่ผ่านการคิดวิเคราะห์อย่างดีจะเป็นพลังสำคัญที่ช่วยส่งเสริม Brand Awareness ให้กับแบรนด์ได้อย่างมีนัยยะสำคัญ”

แต่แล้วถ้าเป้าหมายแตกต่างออกไปล่ะ? ถ้าเกิดว่าคลินิกกายภาพเจ้าเดิมเขาอยากจะเข้าถึงกลุ่มคนที่ใหญ่ขึ้น นั่นก็ถึงเวลาแล้วที่จะต้องใช้ช่องทางโซเชียลมีเดียเข้ามาช่วย เพราะ Digital Marketing ช่องนี้เป็นช่องทางที่เข้าถึงง่าย เป็นมิตร ทั้งยังเป็นช่องทางสำคัญที่จะสร้างความเชื่อมั่นและสร้างความสัมพันธ์ระว่างแบรนด์และกลุ่มเป้าหมายที่มองเห็นโพสต์ของเรา แน่นอนว่ามันดีก็ต่อเมื่อคุณทำโพสต์อะไรที่มากกว่าโผล่แจกโปรโมชั่นรัว ๆ จนรกฟีด เหมือนกับที่ลี ผู้เชี่ยวชาญด้าน PPC บอกกับเราไว้ว่า “ความผิดพลาดที่ผมเจอบ่อยในกลุ่มธุรกิจเล็ก ๆ คือการทำโพสต์เฉพาะโพสต์โปรโมชั่นและคอนเทนท์ฮาร์ดเซล์ เพราะว่าโซเชียลมีเดียมันไม่ใช่แค่พื้นที่ขายของ มันเป็นพื้นที่สำหรับสร้างความเชื่อใจ บอกเล่าเรื่องราว และเชื่อมโยงกับผู้คนด้วย”

พอจะเห็นความแตกต่างของการใช้งานบ้างแล้วใช่ไหม?

สรุปง่าย ๆ ก็ คือ การเลือกช่องทาง Digital Marketing นั้นควรเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับจุดประสงค์ด้านธุรกิจและพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมายของคุณ

มากกว่าการเลือกช่องทาง คือการแต่งตั้งหน้าที่เว็บไซต์และสวมใส่ดีไซน์เก๋ให้ดูดี

ยังอยู่กับเราใช่มั้ย? ขอบคุณมาก ก่อนหน้านี้เราพูดถึงการทำโฆษณาเสียเงิน การทำ SEO และการทำการตลาดบนโซเชียลมีเดียไปแล้ว แต่รู้ไหมว่าการทำทุกอย่างนี้มีจุดมุ่งหมายปลายถนนอยู่ที่เดียว และที่นั้นก็คือ “หน้าเว็บไซต์” ซึ่งนับได้ว่าเป็นรากฐานการทำมาร์เก็ตติ้ง เป็นพื้นที่ที่คุณจะสามารถควบคุมเรื่องราว โทน และวิธีการนำเสนอได้อย่างเต็มที่

สิ่งที่ทำให้เว็บไซต์ของคุณเป็นเว็บไซต์ที่เจ๋งได้คืออะไร?

ลองนึกถึงเว็บไซต์ล่าสุดที่ทำให้คุณกดปิดไปด้วยความหงุดหงิด สาเหตุอาจจะเป็นได้ทั้งจากการที่หน้าเว็บฯ อืดเป็นเต่าคลาน ดีไซน์บนเว็บไซต์ที่เละเทะ หรือคุณเสิร์ชหาอะไรในนั้นก็ไม่เจอสักอย่าง หากหน้าเว็บไซต์ที่ทำให้คุณหงุดหงิดเป็นแบบที่ว่ามานี้ ให้มองเลยว่านี่คือตำราสูญเสียลูกค้า 101 เพราะเว็บไซต์ที่เจ๋งจะทำในเรื่องตรงกันข้ามกับที่ว่ามาทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นหน้าเว็บไซต์ที่โหลดลื่นจนเราไม่ทันได้สังเกต ไหนจะความสะดวก และการดีไซน์หน้าเว็บฯ ที่ใช้งานง่ายจนทำให้ผู้ใช้งานกลายเป็นลูกค้าชั้นยอดของเราได้ไม่ยาก

ครีเอทีฟ… สูตรสำคัญที่ทำให้ทุกอย่างออกมาดี

ถ้าจะให้พูดว่า “เก็บเปรี้ยวไว้กินหวาน” ก็คงจะเป็นประมาณนั้น เพราะเราไม่มีทางปฏิเสธได้ว่าความครีเอทีฟนั้นเป็นสูตรสำคัญที่ทำให้กลยุทธ์ที่วางมามีผลลัพธ์ที่ดี ไม่ว่าจะก็อปปี้ไรท์ติ้งที่มีคารมคมคาย ภาพกราฟฟิกที่ดึงดูดสายตาจนต้องเลื่อนกลับมาดูอีกครั้ง หรือจะการใช้แอปพลิเคชั่นที่สะดวกง่ายดายจนคนใช้งานไม่รู้ตัวว่าผ่านการออกแบบมาอย่างเลือดตาแทบกระเด็น… คือคุณสามารถวางกลยุทธ์การตลาดที่แสนจะเฉียบคมได้ แต่กลยุทธ์เหล่านั้นจะไร้ความหมายหากไร้ซึ่งครีเอทีฟในขั้นตอนการนำเสนอ

ควรเลือกอะไรเพื่อทำให้ธุรกิจของเราประสบความสำเร็จในปี 2026 ดี?

ในโลกที่สมบูรณ์แบบนั้น เราคงจะมีเวลามากพอที่จะทำมาร์เก็ตติ้งในทุก ๆ ช่องทางให้ออกมาดี แต่สำหรับธุรกิจขนาดเล็กนั้น… โลกแห่งความเป็นจริงมันบอกว่าเราต้องเรียงลำดับความสำคัญ

ในขณะที่ไม่มีใครปฏิเสธข้อดีของการยิงโฆษณาหรือการทำ SEO ช่องทางเหล่านี้ต่างก็อาศัยเวลาและทรัพยากรที่คุณในตอนนี้ก็ยังไม่สามารถครอบครองได้ทั้งคู่

ดังนั้นแล้ว หนทางที่ดีที่สุดในการเลือกช่องทางการทำ Digital Marketing ที่ใช่ในปี 2026 คือ คุณต้องรู้จักกลุ่มเป้าหมายของตัวเอง เมื่อคุณเข้าใจว่ากลุ่มเป้าหมายของตัวเองมีพฤติกรรมอะไรและมีความสนใจอะไร ทุกการตัดสินใจที่คุณทำก็จะเห็นภาพของผลลัพธ์ที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น

ก่อนจะเริ่มวางกลยุทธ์เข้มข้นไปถึงระดับมาร์เก็ตติ้งแบบรวมทุกช่องทางในที่เดียว (Omnichannel Marketing) ได้โปรดอย่าลืมว่าเว็บไซต์ที่แข็งแรงคือกำลังสำคัญของความสำเร็จทั้งหมด เพราะ “สำหรับธุรกิจที่ยังมีทรัพยากรไม่มากพอที่จะตั้งทีม ให้เริ่มต้นที่การปรับ การเข้าถึงหน้าเว็บไซต์ การทำ On-Page SEO และการทำคอนเทนท์ เพื่อให้มั่นใจว่าเครื่องมือของ Google จะเข้าไปจัดอันดับหน้าเว็บฯ ของคุณขึ้นสู่อันดับค้นหาได้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้คือปัจจัยพื้นฐานของทุก ๆ อย่าง” ซึ่งสิ่งเหล่านี้ ก็เป็นคำที่ JP ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน SEO ของเราได้กล่าวไว้

รู้แล้วก็มาเริ่มด้วยกันที่ตรงนี้ แค่เตรียมเว็บไซต์ดี ๆ ไว้ จะทำการตลาดช่องทางไหนก็พร้อมลุยได้ยาว ๆ 

อยากรู้ว่าช่องทาง Digital Marketing ช่องไหนเหมาะกับธุรกิจของตัวเองมากที่สุด? ดาวน์โหลดควิซฟรีของเราได้เลย!

question

คำถามที่พบบ่อย

ควรเช็คและปรับกลยุทธ์ของช่องทาง Digital Marketing บ่อยแค่ไหน?

A: ควรแบ่งการตรวจเช็คกลยุทธ์ออกเป็น 3 ช่วงใหญ่ ๆ

  • รายเดือน ตรวจลึกถึงระดับรายละเอียด เช็คข้อมูลให้ถี่ถ้วน วิเคราะห์เจาะลึกแต่ละแคมเปญ ก่อนที่จะเอาแต่ละอย่างมาปรับให้เข้ากับเทรนด์ฮิตในช่วงเวลานั้น
  • รายไตรมาส ถอยออกมามองภาพรวมซักก้าวหนึ่ง พิจารณารูปแบบการนำเสนอ วิเคราะห์สิ่งที่ได้จากบัดเจ็ตที่ลงทุนไป และพยายามค้นหาโอกาสใหม่ ๆ
  • รายปี วางเป้าหมายให้ใหญ่ วางแผนเฉลิมฉลองความสำเร็จประจำปี เรียนรู้จากความผิดพลาด และตั้งเป้าหมายสำหรับแผนใหม่ในปีที่กำลังจะมาถึง

ในช่วงขั้นตอนการตรวจสอบนั้น คุณต้องไม่ลืมที่จะเปิดกว้างและยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลงด้วย เรารู้ว่ารูทีนมันเป็นอะไรที่สะดวกและปลอดภัย แต่ความสะดวกนั้นไม่นำพาไปสู่การเติบโต เพราะว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดในการทำ Digital Marketing คือเราต้องพร้อมที่จะเป็นส่วนหนึ่งไปกัมัน

A: ข้อแรกคือการลงทุนทำมาร์เก็ตติ้งไปโดยไม่มีกลยุทธ์ เพราะมันคือการเอาเงินก้อนไปโยนแม่น้ำแล้วอธิษฐานเอาเด้อให้งานออกมาเวิร์ค (ง่าย ๆ ก็ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ) ส่วนอีกข้อคือพยายามสื่อสารกับทุกคน อย่าลืมเป็นอันขาดว่าการพยายามสื่อสารกับทุกคนนั้นไม่ต่างอะไรกับการไม่ได้สื่อสารกับใครเลยแม้แต่คนเดียว

A: การทำคอนเทนท์มาร์เก็ตติ้งเป็นใจความสำคัญของทุก ๆ ช่อทาง มันหมายถึงคำที่ใช้ในโพสต์บนฟีด บทความที่อัปโหลดเพื่อการทำ SEO ไปจนถึงข้อความสื่อสารในอีเมล์ของคุณ เพราะถ้าหากการทำมาร์เก็ตติ้งในช่องทางต่าง ๆ ไม่มีการทำคอนเทนท์มาร์เก็ตติ้งที่แข็งแรงแล้ว สิ่งเหล่านี้ก็ไม่ต่างอะไรกับผ้าใบเปล่า ๆ ไร้คอนเทนท์มาร์เก็ตติ้งที่จะเป็นไม้เด็ดพิสูจน์ว่าแบรนด์ของคุณมีคาแรคเตอร์ชัดเจน และเป็นผู้เชี่ยวชาญมากพอที่จะทำให้คนหยุดฟังและอุดหนุนเรา

Article by
น้ำฝนเป็น senior Thai writer ที่ MAM จบวรรณคดีอังกฤษจาก ม.เกษตรฯ และชอบกินทุกอย่างในแก้ว น้ำฝนชอบไถ X น้ำฝนดีใจที่ได้รู้จักทุกคน
Facebook
Twitter
LinkedIn
WhatsApp

เริ่มต้นด้วยการรับคำปรึกษาฟรี

และให้เราช่วยพาธุรกิจของคุณ Think Ahead ไปด้วยกัน

Get Instant PDF Access

Do you want to stay in touch?

ลงทะเบียนรับ AI SEO Audit ฟรี

รับรายงานวิเคราะห์ SEO เชิงลึก พร้อมสิทธิพิเศษสำหรับผู้เข้าร่วมงาน เมื่อเพิ่มเพื่อนผ่าน LINE
QR Code เพื่อแชทกับทีมผู้เชี่ยวชาญผ่าน LINE
L_gainfriends_2dbarcodes_BW-1