TikTok, IG, Fb, หรือ Line แพลตฟอร์มไหนที่ใช่สำหรับแบรนด์ของคุณ

cover-01 TH

Table of Contents

หากคุณเคยใช้เวลาบนโลกออนไลน์ คงปฏิเสธไม่ได้ว่าการมีตัวตนบนโลกดิจิทัล เป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง ทุกวันนี้มันไม่ใช่แค่ของตกแต่งที่ทำไว้ก่อนแล้วค่อยกลับมาดูภายหลัง แต่เป็นสิ่งที่ต้องทำอย่างสม่ำเสมอ ตั้งแต่การโพสต์คอนเทนต์ การสร้างสรรค์ไอเดีย การเล่าเรื่อง ไปจนถึงการหาวิธีเชื่อมต่อกับกลุ่มเป้าหมายอย่างจริงใจ

นี่คือแนวทางเดียวกับที่ Starbucks ใช้ในการสร้างคอมมูนิตี้ของคนรักกาแฟอย่างเหนียวแน่น พวกเขาไม่ได้ทำแค่พอเป็นพิธี แต่ทุ่มพลังเต็มที่ เหมือนอัดคาเฟอีนมาแล้วเต็มแก้ว Starbucks มองเห็นโอกาสของโซเชียลมีเดียตั้งแต่เนิ่นๆ และเลือกใช้กลยุทธ์ TikTok Marketing ในจังหวะที่เหมาะสม จนสามารถเปลี่ยนผู้ติดตามให้กลายเป็นแฟนแบรนด์ได้อย่างแข็งแรง

แล้ว Loyalty Platform แบบไหน ที่เหมาะกับแบรนด์ของคุณมากที่สุด? นี่อาจเป็นคำถามใหญ่ แต่ถ้าหาคำตอบได้โอกาสในการสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้าจะเปิดกว้างมากกว่าที่เคย

02 TH

ทำไมธุรกิจของคุณต้องเริ่มสร้าง Brand Loyalty ตั้งแต่วันนี้?

“แล้ว Loyalty ในโลกธุรกิจ หมายถึงอะไรกันแน่?”

Brand Loyalty คือการที่ลูกค้าเลือกคุณแทนคู่แข่ง ไม่ใช่เพราะคุณเป็นตัวเลือกแรกที่เห็น หรือเพราะพวกเขารีบหาของขวัญวันเกิดให้ใครสักคนเท่านั้น

หลายครั้ง ลูกค้าเลือกแบรนด์ของคุณเพราะคุณค่าของแบรนด์สอดคล้องกับสิ่งที่พวกเขาเชื่อ ไม่ใช่แค่สินค้าหรือบริการที่คุณมอบให้ แต่เป็นวิธีที่แบรนด์ปรากฏตัวต่อผู้คน วิธีที่คุณสื่อสารและวิธีที่คุณมีปฏิสัมพันธ์กับลูกค้า ทุกอย่างให้ความรู้สึกจริงใจ ไม่เสแสร้ง และจับต้องได้

หากธุรกิจของคุณต้องการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว การสร้างและดูแลความผูกพันทางอารมณ์กับลูกค้าคือหัวใจสำคัญ เพราะแบรนด์ที่มีจุดยืนชัดเจนและขับเคลื่อนด้วยวัตถุประสงค์ มักจะดึงดูดลูกค้าที่ภักดีได้มากกว่า และคุณก็ควรเป็นหนึ่งในแบรนด์แบบนั้น แทนที่จะพูดถึงเรื่อง Loyalty แบบกว้างๆ ลองดูตัวอย่างที่เกิดขึ้นจริงนี้

แทบทุกคนรู้จัก Fenty Beauty ไม่ว่าคุณจะเป็นสายเมคอัพหรือไม่ก็ตาม แบรนด์นี้ก็ยังอยู่ในสายตาของคุณ แต่ท่ามกลางแบรนด์ความงามชื่อดังมากมาย อะไรทำให้ Fenty Beauty กลายเป็นแบรนด์ระดับพลังขับเคลื่อนตลาด? คำตอบคือ จุดมุ่งหมาย, การสร้างความสอดคล้องทางอารมณ์ และการทำให้ลุกค้ารู้สึกว่าตัวเองมีตัวตน

Fenty Beauty คือภาพชัดเจนของ Radical Inclusion พวกเขามองเห็นช่องว่างในตลาด และสร้างเรื่องราวที่สื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายได้อย่างลึกซึ้ง ก่อนหน้าที่ Fenty จะถือกำเนิด เฉดรองพื้นสำหรับผิวโทนเข้ามักหายากและถูกมองข้าม แทนที่จะพยายามกลมกลืนไปกับตลาดเดิม แบรนด์เลือกที่จะรับฟังลูกค้าอย่างจริงจัง และสร้างแบรนด์ที่รวมทุกคนไว้ด้วยกัน

ความรู้สึกแบบนี้เองที่เป็นแรงขับของ Loyalty และนี่คือสิ่งที่แบรนด์จำเป็นต้องมี หากต้องการประสบความสำเร็จในโลกธุรกิจและการตลาดปัจจุบัน

03 TH

ทุกธุรกิจควรโฟกัสเรื่อง Loyalty หรือไม่?

การสร้าง Loyalty ไม่ได้มีสูตรตายตัว และไม่จำเป็นต้องใช้เทคนิคเดียวกันทุกธุรกิจ สำหรับบางแบรนด์ อาจเริ่มจากทํา โฆษณา ใน tiktok ที่ไวรัล ลูกค้าหัวเราะไปกับวิดีโอตลกๆ และในความสนุกเหล่านั้น ทำให้เกิดสายใยของความเชื่อใจและความผูกพันขึ้นอย่างไม่รู้ตัว ขณะที่บางธุรกิจอาจเลือกโฟกัสด้านโครงสร้าง เช่น การออกแบบระบบสะสมแต้ม, โปรแกรมรางวัลเพื่อกระตุ้นให้กลับมาซื้อซ้ำ เป็นต้น

โดยตรงนี้ เราโฟกัสที่ B2C เป็นหลัก โดยเฉพาะการช่วยให้แบรนด์เชื่อมต่อกับลูกค้าบนโซเชียลมีเดียได้อย่างจริงใจมากขึ้น แล้วในทางปฏิบัติ สิ่งนี้หน้าตาเป็นอย่างไร? คำตอบอาจอยู่ในกลยุทธ์อย่างโปรโมชันพิเศษเฉพาะผู้ติดตาม ความร่วมมือกับ influencer marketing หรือการใช้พลังของ User-Generated Content เพื่อให้ลูกค้ามีส่วนร่วมกับแบรนด์อย่างเป็นธรรมชาติ

ท้ายที่สุดแล้ว ไม่ว่ากลยุทธ์จะต่างกันแค่ไหน ทุกแนวทางต่างมุ่งไปสู่เป้าหมายเดียวกัน คือ การสร้างความเชื่อมโยงทางอารมณ์กับกลุ่มเป้าหมาย ความรู้สึกที่ทำให้ลูกค้าอยากกลับมาหาแบรนด์ของคุณซ้ำแล้วซ้ำเล่า 

แล้วทุกธุรกิจควรโฟกัสเรื่อง Loyalty หรือไม่? คำตอบคือ ควรอย่างยิ่ง และที่สำคัญคือ ในยุคดิจิทัลปัจจุบัน การสร้าง Loyalty ไม่ได้ไกลตัวหรือยากอย่างที่เคยเป็นอีกต่อไป

04 TH

เจาะลึกแต่ละแพลตฟอร์ม: กลุ่มผู้ใช้งาน คอนเทนต์ และฟีเจอร์ Loyalty หลัก

โอกาสทางการตลาดที่ทรงพลังที่สุดในวันนี้ แทบทั้งหมดอาศัยอยู่ในสมาร์ตโฟนของคุณ ลองมองไปรอบๆ ไม่ว่าจะเป็นของใช้ในตู้ หรืออุปกรณ์บนโต๊ะทำงาน มีโอกาสสูงมากที่อย่างน้อยหนึ่งชิ้นจะมาพร้อมเรื่องราวที่คุ้นหูอย่าง “เห็นจาก TikTok แล้วกลายเป็นของที่ขาดไม่ได้เลย”

ถ้ายังไม่เคยเกิดขึ้นกับคุณ ก็ไม่ต้องกังวล ประสบการณ์แบบนี้มักมาเร็วและไม่ทันตั้งตัว

ความรู้สึกหลงใหลในระดับนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่มาจากการที่แบรนด์รู้ว่ากลุ่มเป้าหมายของตัวเองอยู่ที่ไหน และเลือกไปปรากฏตัวในพื้นที่นั้นอย่างถูกจังหวะ เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจได้ชัดเจนขึ้นว่าแบรนด์ควรโฟกัสแพลตฟอร์มใด เราจะมาเจาะลึก Big Four กันแบบชัดๆ ทั้งในมุมของผู้ใช้งาน รูปแบบคอนเทนต์ และศักยภาพในการสร้าง Loyalty

05 TH

TikTok: ผู้บุกเบิกตัวจริง

แพลตฟอร์มนี้คือพื้นที่ของ Gen Z สายล่าเทรนด์ และ Millennials ที่ยอมแลกช่วงความสนใจสั้นๆ กับโดพามีนจากฟีดวิดีโอ (ซึ่งต้องยอมรับว่าเราก็เป็นเหมือนกัน) ผู้คนไม่ได้เข้ามาเพื่อดูโฆษณา แต่เข้ามาเพื่อเชื่อมต่อกับบางสิ่งที่รู้สึกจริง

ผู้ใช้ TikTok แพ้ทางแบรนด์ที่มีความใหม่ มากกว่าองค์กรจ๋าๆ แต่ในขณะเดียวกัน พวกเขาพร้อมจะปกป้องและควักเงินให้กับแบรนด์ใดก็ตามที่ทำให้รู้สึกว่าตัวตนของพวกเข้าถูกมองเห็น ปัจจุบันกลุ่มผู้ใช้นี้กำลังก้าวข้ามการไถฟีดแบบไร้จุดหมาย ไปสู่การเสพคอนเทนต์เชิงเล่าเรื่องที่มีความหมายและยาวขึ้น ที่สำคัญ TikTok ได้กลายเป็น Google เวอร์ชันใหม่ สำหรับคนกลุ่มนี้ พวกเขาเชื่อเสียงของครีเอเตอร์ที่เล่าจากประสบการณ์จริง มากกว่าผลการค้นหาที่ดูเนี้ยบแต่ไร้ชีวิตชีวา

  • รูปแบบคอนเทนต์: วิดีโอแนวตั้งแบบสั้น เช่น เบื้องหลังการทำงาน เรื่องเล่าจากชีวิตจริงและเทรนด์ที่ขับเคลื่อนด้วยเสียง เพลงหรือซาวด์ที่วนอยู่ในหัวตุณทั้งวันนั่นแหละคือพลังของ TikTok
  • กลไกสร้าง Loyalty: การเล่าเรื่องโดยชุมชนเป็นศูนย์กลาง Loyalty บน TikTok ถูกสร้างผ่านคอมเมนต์ การโต้ตอบ และแคมเปญ User-Generated Content ที่เปิดโอกาสให้ผู้ชมมีส่วนร่วมกับแบรนด์โดยตรง
  • เหมาะสำหรับ: การสร้าง Brand Awareness และการปั้นฐานผู้ติดตามที่หลงใหลในแบรนด์ตั้งแต่ศูนย์
  • ฟีเจอร์เด่น: TikTok Shop ช่วยให้การซื้อเกิดขึ้นได้อย่างลื่นไหล ผสานกับเครื่องมือ Stitch และ Duet ที่เปิดให้ผู้ใช้โต้ตอบกับคอนเทนต์แบรนด์โดยตรง การซื้อบน TikTok จึงไม่ใช่แค่ธุรกรรม แต่คือสัญญาณว่าลูกค้าข้ามพ้นความไม่เชื่อใจ และแบรนด์ของคุณโดนใจตัวตนของพวกเขาอย่างแท้จริง
  • ใครได้ประโยชน์: กลยุทธ์ การ ตลาด tiktok ที่คิดมาอย่างรอบคอบเหมากับแบรนด์ B2C ทุกขนาด ตั้งแต่แบรนด์ระดับโลกอย่าง Fenty Beauty ไปจนถึงร้านกาแฟเล็กๆ ใกล้บ้าน เพราะบางครั้ง วิดีโอสอนใช้งานแบบไม่ปรุงแต่ง หรือภาพเบื้องหลังขั้นตอนการทำงานจริงของทีม สามารถสร้าง Loyalty ได้มากกว่าโฆษณาที่ตกแต่งสวยงามนับร้อยชิ้น
06 TH

Instagram: พื้นที่ของแรงบันดาลใจ

Instagram คือถิ่นของคนรักความสวยงาม กลุ่มผู้ใช้งานที่หลงใหลภาองเที่ยวแสงเป๊ะ โมเมนต์ชวนฝัน และปุ่ม Save ที่ทำหน้าที่ลิสต์แรงบันดาวใจให้ตัวเองในอนาคต แต่ขณะเดียวกันแพลตฟอร์มนี้ก็เริ่มเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ ผู้คนกำลังโหยหาความจริงใจมากกว่าภาพที่ถูกจัดวางอย่างไร้ที่ติ

เราจะเห็นเทรนด์นี้ชัดเจนผ่าน Photo Dump ภาพแคนดิดเบลอเล็กน้อยและคอนเทนต์ที่ดูดิบขึ้นบนฟีด Instagram ในพื้นที่นี้ Loyalty ไม่ได้เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ แบรนด์จำเป็นต้องดูดีควบคู่ไปกับรู้สึกจริง กลุ่มผู้ใช้งานหลักคือ Millennials และ Gen Z ที่มีรสนิยม พวกเขามองฟีดของตัวเองเป็นเหมือนแกลเลอรีดิจิทัล สวยงาม แต่ไม่จำเป็นต้องเนี้ยบเกินจริง 

  • รูปแบบคอนเทนต์: ใช้ Carousel ในการเล่าเรื่อง, Reels ที่มีพลัง และ Stories เบื้องหลังที่เผยให้เห็นมุมดิบและตัวตนของแบรนด์
  • กลไกสร้าง Loyalty: ความสม่ำเสมอของภาพลักษณ์ และการมอบสิทธิพิเศษให้กับแฟนตัวจริง อย่างฟีเจอร์ Close Friends หรือ Instagram Subscriptions เพื่อเปิดมุมมองแบบ Exclusive ให้กับกลุ่มผู้ติดตามที่ภักดีที่สุด
  • เหมาะสำหรับ: การเล่าเรื่องผ่านภาพ และเปลี่ยนการค้นพบสินค้าให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์
  • ฟีเจอร์เด่น: Instagram Shop Tags ที่ช่วยให้การช้อปปิ้งลื่นไหว รวมถึง Collab Post ที่เปิดโอกาสให้แบรนด์เข้าถึงความน่าเชื่อถือของ Influencer ได้โดยตรง
  • ใครได้ประโยชน์: แบรนด์สายไลฟ์สไตล์ แฟชั่น ความงาม และท่องเที่ยว บนแพลตฟอร์มนี้ความสวยงามคือภาษาหลัก แต่ความจริงใจคือเลนส์สำคัญที่ผู้ชมใช้มองแบรนด์ ภาพระดับพรีเมียมอาจดึงดูดสายตาได้ แต่ความดิบแบบไม่ปรุงแต่งต่างหากที่สร้างความไว้วางใจ คุณควรสร้างคอนเทนต์ที่ลูกค้าอยากส่งต่อให้เพื่อนในแชต หรือแชร์ลงสตอรี่ของตัวเอง
07 TH

Facebook: คอมมูลนิตี้ของชุมชน

Facebook เปรียบเสมือนคอมมูนิตี้ประจำย่านที่ใครๆ ก็เข้ามานั่งคุยกันได้ ที่นี่คือบ้านดิจิทัลของกลุ่ม Millennials และ Gen X ตั้งแต่คนที่แวะมาดูรูปทริปล่องเรือของญาติ ไปจนถึงคนที่กำลังจัดการธุรกิจเสริมเล็กๆ อย่างงานถัก หรือแม้แต่กำลังมองหาคำแนะนำช่างประปาใกล้บ้าน ผู้คนใช้ชีวิตอยู่บนแพลตฟอร์มนี้ และพวกเขาไม่ลังเลที่จะแชร์ออกมาอย่างตรงไปตรงมา

  • รูปแบบคอนเทนต์: บทความให้ความรู้ การเล่าเรื่องแบบยาว และ Facebook Live นี่คือพื้นที่ที่แบรนด์สามารถอธิบายเหตุผล ความตั้งใจ และเบื้องหลังธุรกิจได้อย่างเต็มที่
  • กลไกสร้าง Loyalty: Loyalty เติบโตผ่าน Facebook Groups เมื่อแบรนด์เปิดพื้นที่ให้ลูกค้าได้พูดคุยกันเอง ลูกค้าเหล่านั้นจะค่อยๆ กลายเป็นผู้สนับสนุนแบรนด์ในชุมชนโดยธรรมชาติ การเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นอย่างเงียบๆ แทบไม่รู้ตัว แต่วันหนึ่งแบรนด์ของคุณจะกลายเป็นคำแนะนำที่ถูกส่งต่อระหว่างเพื่อน เหมือนบทสนทนาสบายๆ ระหว่างจิบกาแฟ
  • เหมาะสำหรับ: การดูแลลูกค้าแบบใกล้ชิด และทำกิจกรรมร่วมกับชุมชนท้องถิ่น
  • ฟีเจอร์เด่น: Facebook Groups สำหรับชุมชนเฉพาะทาง และ Facebook Events ที่ช่วยเชื่อมโลกออนไลน์เข้ากับการพบปะกันในชีวิตจริง
  • ใครได้ประโยชน์: ธุรกิจบริการ แบรนด์ที่ขับเคลื่อนด้วยพันธกิจ และธุรกิจท้องถิ่นที่อยากสร้างความเชื่อใจในระยะยาว เพราะทันทีที่ใครสักคนได้ยินชื่อธุรกิจของคุณจากเพื่อนบ้านในกลุ่ม Facebook แบรนด์ของคุณจะถูกยกระดับเป็นแบรนดที่น่าเชื่อถือในสายตาของพวกเขาทันที
08 TH

LINE: วงในของแบรนด์

LINE คือพื้นที่ที่ความสัมพันธ์ลึกขึ้นไปอีกขั้น เมื่อใครสักคนเลือกเชื่อมต่อกับแบรนด์ของคุณบนแพลตฟอร์มนี้ นั่นหมายความว่าคุณได้รับความไว้วางใจอย่างเต็มรูปแบบ สิ่งที่คุณทำมาทั้งหมดได้ผลแล้ว กลุ่มผู้ใช้นี้คือตัวจริงของแบรนด์ คนที่ต้องการการสื่อสารแบบตรงไปตรงมา เป็นส่วนตัว และพร้อมเปิดพื้นที่ให้แบรนด์เข้ามาอยู่ในชีวิตประจำวัน

  • รูปแบบคอนเทนต์: ข้อความ Broadcast ที่ให้ความรู้สึกเหมือนการบอกข่าววงในระหว่างเพื่อน ใช้ Rich Menu ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อให้ลูกค้าสามารถเลือกดูสินค้า ช้อป หรือค้นข้อมูลได้โดยไม่ต้องออกจากแชต
  • กลไกสร้าง Loyalty: Loyalty บน LINE เกิดจากประสบการณ์แบบไม่เปิดสาธารณะ สิทธิพิเศษอย่างการเข้าถึงก่อนใครหรือของขวัญวันเกิดคือหัวใจสำคัญ กฏง่ายๆ คือ ถ้าสิ่งนั้นหาได้จากที่อื่น ก็ไม่ควรอยู่บน LINE ที่นี่ต้องให้พื้นที่เฉพาะคนพิเศษเท่านั้น
  • เหมาะสำหรับ: การรักษาฐานลูกค้าคุณภาพ และการทำ High-Touch Service อย่างแท้จริง LINE คือราชาแห่งการดูแลลูกค้าเชิงลึกและการสร้าง Retention ระยะยาว
  • ฟีเจอร์เด่น: LINE Official Account (LINE OA) ที่ช่วยจัดการด้วย Smart Tagging และ MyShop สำหรับประสบการณ์ชำระเงินแบบ One-Tap ที่ลดแรงเสียดทานในการซื้อให้เหลือน้อยที่สุด
  • ใครได้ประโยชน์: ทุกแบรนด์ที่เติบโตจากการซื้อซ้ำ LINE คือแพลตฟอร์มที่ใกล้เคียงกับการกระซิบความลับให้ลูกค้ามากที่สุด ทำให้พวกเขารู้สึกว่าได้รับการดูแล ใส่ใจ และมีคุณค่าในฐานะคนสำคัญของแบรนด์

 

09 TH

เลือกแพลตฟอร์มที่ใช่สำหรับธุรกิจของคุณ

เราเน้นย้ำมากแค่ไหนก็ไม่เกินจริงว่า การเลือก Loyalty Platform ที่เหมาะกับแบรนด์ของคุณนั้นสำคัญเพียงใด หลายธุรกิจทักมองไปที่แบรนด์ดังที่ประสบความสำเร็จ แล้วรีบกระโดดตามทันที แต่การไล่ตามความสำเร็จของคนอื่น โดยไม่คำนึงถึงตัวจนและบริบทของแบรนด์ตัวเอง มักให้ผลลัพธ์ตรงกันข้ามกับที่คาดหวัง

แรงบันดาลใจเป็นเรื่องดี และควรมีไว้เสมอ แต่จุดเริ่มต้นต้องกลับมาที่แบรนด์ของคุณเอง กลุ่มเป้าหมายของคุณใช้เวลาอยู่ที่ไหนบนโลกออนไลน์มากที่สุด? พวกเขาใช้ชีวิตแบบจัดเต็มบน TikTok หรือกำลังอัปเดตเรื่องราวประจำวันอยู่ในกลุ่มบน Facebook

ท้ายที่สุดแล้ว โปรแกรม Loyalty ที่ดีที่สุด คือโปรแกรมที่เหมาะกับธุรกิจของคุณจริงๆ ไม่ใช่แค่ดูดีในเคสของคนอื่น

ถ้าคุณยังไม่แน่ใจว่าจะเริ่มจากตรงไหน เราได้เตรียมแบบทดสอบสั้นๆ 10 คำถาม เพื่อช่วยให้คุณค้นหาพื้นที่ที่เหมาะกับแบรนด์ของคุณ ใช้เวลาไม่ถึง 10 นาที เราจะช่วยชี้ชัดว่าแบรนด์ของคุณควรไปโฟกัสแพลตฟอร์มใด ไม่ว่าคุณต้องการกลยุทธ์ TikTok Influencer Marketing เพื่อสร้างความโดดเด่น หรือถึงเวลาที่ต้องแชร์สิทธิพิเศษให้กับ Inner Circle ของคุณแล้ว คลิกที่นี่เพื่อดาวน์โหลดแบบทดสอบได้ทันที

และหากคุณต้องการคำแนะนำแบบตรงไปตรงมา ทีมผู้เชี่ยวชาญของเรา พร้อมพูดคุยและออกแบบกลยุทธ์เฉพาะสำหรับธุรกิจของคุณ ติดต่อเราวันนี้ เพื่อเริ่มต้นสร้าง Loyalty ที่เติบโตไปพร้อมกับแบรนด์ของคุณ

FAQ’s

LINE คืออะไร? และทำไมถึงเป็น Loyalty Platform ที่สำคัญ?

ในตลาดอย่างประเทศไทยและญี่ปุ่น LINE คือแพลตฟอร์มหลักที่ผู้คนใช้งานในชีวิตประจำวัน นี่คือโอกาสที่แบรนด์จะมีช่องทางสื่อสารกับลูกค้าโดยตรงและเป็นส่วนตัวอย่างแท้จริง ด้วยอัตราการเปิดอ่านข้อความที่สูงเกือบ 100% และความสามารถในการปรับแต่งประสบการณ์ผู้ใช้ เช่น Rich Menu ทำให้ LINE เป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับการสร้างความสัมพันธ์แบบใกล้ชิด และเป็น Loyalty ระยะยาว
แรงบันดาลใจเป็นสิ่งที่ดี แต่การทำหลายแพลตฟอร์มพร้อมกันโดยไม่มีโฟกัส อาจให้ผลลัพธ์ตรงกันข้าม ทางที่ดีกว่าคือการครองพื้นที่บนแพลตฟอร์มที่กลุ่มเป้าหมายของคุณใช้งานจริง เริ่มจากแพลตฟอร์มเพื่อการค้นพบแบรนด์ เช่น TikTok และเสริมด้วยแพลตฟอร์มสำหรับการรักษาความสัมพันธ์ เช่น LINE เพื่อให้บทสนทนากับลูกค้าดำเนินต่อไปอย่างมีความหมาย
หากชุมชนของคุณรวมตัวกันอยู่ที่ Facebook ก็เป็นเรื่องสมเหตุสมผลที่จะเริ่มต้นที่นั่น แต่ในระยะยาว แบรนด์ควรมองหาวิธีค่อยๆ พาลูกค้าที่ภักดีที่สุดไปสู่ช่องทางที่สื่อสารกันได้โดยตรงมากขึ้น เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ลึกและเป็นส่วนตัวกว่าเดิม
จริงอยู่ที่ Instagram คือแพลตฟอร์มของความสวยงาม แต่เบื้องหลังภาพที่ดูดี คือพลังของแรงบันดาลใจและการยอมรับ ใช้ฟีเจอร์ Close Friends เพื่อให้สิทธิ์เข้าถึงคอลเลกชันใหม่หรือโปรโมชันก่อนใคร รวมถึงการแชร์คอนเทนต์จากลุกค้าบน Stories ของแบรนด์ เพื่อทำให้พวกเขารู้สึกมีส่วนร่วมและถูกให้คุณค่า
ให้มองหา Engagement ที่มีความหมาย ไม่ใช่แค่ตัวเลขยอดไลก์ ลูกค้าเซฟโพสต์ของคุณไว้หรือไม่? พวกเขาแท็กเพื่อนในคอมเมนต์หรือเปล่า? พวกเขาแท็กเพื่อนในคอมเมนต์หรือเปล่า? หากลูกค้าของคุณเริ่มช่วยทำการตลาดให้แบรนด์โดยสมัครใจ นั่งคือสัญญาณชัดเจนว่าคุณกำลังเดินมาถูกทางแล้ว
Article by
Guest Writer
Facebook
Twitter
LinkedIn
WhatsApp

เริ่มต้นด้วยการรับคำปรึกษาฟรี

และให้เราช่วยพาธุรกิจของคุณ Think Ahead ไปด้วยกัน

Get Instant PDF Access

Do you want to stay in touch?