Dark mode

7 ประเภทของลิงค์ที่ควรหลีกเสี่ยงในสายตาของ Google

Feature 7 Types Of Bad Links That Google Hates

Table of Contents

ในโลกของ SEO ลิงก์คือหนึ่งในสัญญาณสำคัญที่ Google ใช้ประเมินความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์ และเป็นหัวใจของกลยุทธ์ link building ที่นักการตลาดออนไลน์ให้ความสำคัญ แต่ไม่ใช่ทุกลิงก์จะส่งผลดีเสมอไป เพราะยังมีสิ่งที่เรียกว่าลิงก์เสียหรือ Bad Links ซึ่งอาจทำร้ายอันดับเว็บไซต์ได้โดยไม่รู้ตัว เมื่อ Google พบว่าลิงก์ที่ดูไม่เป็นธรรมชาติ ผลกระทบอาจตั้งแต่คะแนน SEO ลดลง อันดับค่อยๆ ตก ดังนั้นการเข้าใจว่าลิงก์แบบไหนควรหลีกเลี่ยงคือพื้นฐานของการทำ SEO และนี่คือ 7 ประเภทลิงก์ต้องห้ามที่ Google มองว่าเสี่ยงต่ออันดับเว็บไซต์ เพื่อช่วยวางกลยุทธ์ได้อย่างปลอดภัยในระยะยาว

ทำความเข้าใจกับลิงก์ที่ไม่ดี คืออะไรและทำไมถึงสำคัญ

ในการทำ SEO ลิงก์ที่ไม่ดีจะเรียกว่า ลิงก์เสีย หรือ Toxic Backlinks ที่เป็นลิงก์ที่ได้มาอย่างไม่เป็นธรรมชาติ ไม่สอดคล้องกับคุณภาพเนื้อหาหรือมีเจตนาหลอกระบบจัดอันดับ เช่น ลิงก์จากเว็บสแปม เว็บไร้คุณค่า การซื้อขายลิงก์ หรือการปั๊มลิงก์โดยไม่มีความเกี่ยวข้อง ลิงก์เหล่านี้ไม้ได้ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือ แต่กลับส่งสัญญาณลบต่อเว็บไซต์ในระยะยาว

อัลกอริทึมของ Google ถูกออกแบบมาเพื่อรักษาคุณภาพของผลการค้นหา เป้าหมายหลักคือการแยกแยะลิงก์ที่เกิดจากคุณค่าแท้จริงออกจากลิงก์ที่พยายามบิดเบือนระบบ เมื่อพบรูปแบบการสร้างลิงก์ที่หลอกลวง Google อาจลดน้ำหนักของลิงก์เหล่านั้น หรือในบางกรณีอาจลงโทษเว็บไซต์โดยตรง การเข้าใจว่าลิงก์แบบใดเข้าข่ายเสี่ยงจึงเป็นพื้นฐานสำคัญ เพื่อหลีกเลี่ยงความผิดพลาดและการทำ SEO ได้อย่างยั่งยืนมากกว่าการมองแค่จำนวนลิงก์เพียงอย่างเดียว

ผลกระทบทางด้าน SEO ทำไม Google ถึงลงโทษลิงก์ที่ไม่เป็นธรรมชาติ

ลองนึกภาพว่าเว็บไซต์ก็เหมือนคนคนหนึ่ง ส่วนการทำ backlink ก็คือเสียงคนอื่นพูดถึงเรา ถ้าเสี่ยงส่วนใหญ่มาจากแหล่งแปลกๆ ไม่น่าเชื่อถือ หรือพูดซ้ำๆ แบบดูตั้งใจปั่น ใครฟังก็ต้องเริ่มเอะใจ และ Google ก็คิดแบบเดียวกันเป๊ะๆ โปรไฟล์ backlink ที่เป็นพิษจึงกลายเป็นสัญญาณเตือนว่าเว็บไซต์นี้อาจไม่ได้เก่งจริง แต่พยายามลัดขั้นตอน

ผลกระทบที่เห็นชัดที่สุดคืออันดับการค้นหาจะเริ่มไหลลงแบบงงๆ ทั้งที่ไม่ได้แก้เว็บหรือเปลี่ยนคอนเทนต์อะไรเลย ทราฟฟิกจาก Google ค่อยๆ หายไปและบางครั้งก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพลาดตรงไหน นั่นเพราะ Google อาจลดน้ำหนักลิงก์เหล่านั้นแบบเงียบๆ ทำให้ลิงก์ที่เคยคิดว่าช่วย กลายเป็นไม่มีค่าในทันที ถ้าหนักกว่านั้น ระบบมองว่าเป็นการสร้างลิงก์หลอกลวงจริงๆ เว็บไซต์อาจโดนบทลงโทษโดยตรง เช่น อันดับร่วงแรง มองไม่เห็นในหลายคีย์เวิร์ด หรือแรงสุดอาจถูกถอดออกจากการค้นหา เท่ากับว่า ลิงก์นั้นอาจจะหายไปจาก Google ชั่วคราวหรือยาวๆ ได้เลย

สาเหตุที่ Google จริงจังขนาดนี้ก็เพราะเขาให้ความสำคัญกับการเกี่ยวข้องและความน่าเชื่อถือของลิงก์มากกว่าจำนวน ลิงก์ที่มาจากเว็บดี เนื้อหาเข้ากันและดูเป็นธรรมชาติ จะช่วยดันอันดับได้จริง ในขณะที่ลิงก์ไม่เป็นธรรมชาติอาจดูเหมือนได้เร็ว แต่สุดท้ายมักย้อนกลับมาทำร้ายเว็บเองแบบที่หลายคนเจอแล้วเข้าใจทันทีว่า ทางลัดใน SEO มักแพงกว่าทางตรงเสมอ

7 ประเภทของลิงก์ที่ไม่ดีที่คุณต้องหลีกเลี่ยง

  1. บล็อกคอมเมนต์และสแปมจากฟอรั่ม
    ลิงก์ประเภทนี้มักเห็นบ่อยในคอมเมนต์ใต้บทความหรือโพสต์ตามฟอรั่มที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเนื้อหาเลย เช่น กระทู้เรื่องรถ แต่ดันแปะลิงก์เว็บท่องเที่ยวหรือเว็บขายของ ลิงก์ส่วนใหญ่มาจากบอทหรือระบบอัตโนมัติ ทำซ้ำๆ ในหลายเว็บพร้อมกัน ในสายตาของ Google ลิงก์แบบนี้แทบไม่มีคุณค่าเชิงเนื้อหา และถูกมองว่าเป็นสแปนมากกว่าการแนะนำเว็บจริง ผลคือไม่ช่วย SEO และอาจทำให้โปรไฟล์ลิงก์ดูแย่ลงในระยะยาว
  2. ลิงก์จากไดเร็กทอรีคุณภาพต่ำ
    ไดเร็กทอรีที่ไม่มีการคัดกรองเว็บไซต์ ปล่อยให้ใครก็ได้ส่งลิงก์เข้าไป มักเต็มไปด้วยเว็บคุณภาพต่ำหรือเว็บสแปม การมีลิงก์จากแหล่งแบบนี้จำนวนมากจะดูเหมือนพยายามปั่นลิงก์ มากกว่าสร้างคุณค่าให้ผู้ใช้งาน Google มักลดน้ำหนักหรือไม่ให้คะแนนลิงก์เหล่านี้เลย และถ้าเยอะเกินไปก็อาจกลายเป็นสัญญาณลบต่อเว็บไซต์ได้
  3. ลิงก์จากเว็บไซต์ต่างภาษาหรือไม่เกี่ยวข้อง
    ถ้าเว็บไซต์ภาษาไทยเกี่ยวกับการตลาด แต่ได้ลิงก์จำนวนมากจากเว็บต่างประเทศที่เนื้อหาไม่เกี่ยวข้องเลย เช่น เว็บพนัน เว็บดาวน์โหลด หรือเว็บข่าวมั่ว ๆ โปรไฟล์ลิงก์จะดูผิดธรรมชาติทันที Google ให้ความสำคัญกับความเกี่ยวข้องของเนื้อหาเป็นหลัก ลิงก์ที่ไม่เชื่อมโยงกันทางบริบทจึงไม่ช่วยเสริมความน่าเชื่อถือ และอาจทำให้ระบบตั้งข้อสงสัยกับคุณภาพเว็บไซต์ได้
  4. การแลกลิงก์เกินควร
    ลิงก์ที่เกิดจากการแลกกันระหว่างเว็บไซต์เพื่อหวังพลัง SEO โดยไม่มีบริบทหรือความเกี่ยวข้องที่แท้จริง จะถูกระบบมองว่าเป็นการจัดลำดับแบบผิดธรรมชาติ
  5. การซื้อลิงก์หวังอันดับ
    การซื้อลิงก์เพื่อหวังอันดับ โดยไม่ติดแท็ก nofollow หรือ sponsored เป็นหนึ่งในพฤติกรรมที่ Google ไม่สนับสนุนอย่างชัดเจน เพราะถือเป็นการหลอกระบบจัดอันดับ หากตรวจพบ ลิงก์เหล่านี้อาจไม่ถูกนับคะแนน หรือร้ายกว่านั้นคือเว็บไซต์อาจโดนลงโทษโดยตรง ทางที่ปลอดภัยกว่าคือการทำลิงก์เชิงบรรณาธิการ (editorial links) ที่เกิดจากคุณค่าของเนื้อหาแทน
  6. ลิงก์ซ้ำจากทุกหน้าของเว็บไซต์
    ลิงก์ที่ปรากฏซ้ำ ๆ ในทุกหน้า เช่น ใน footer หรือ sidebar จำนวนมาก โดยเฉพาะถ้าใช้แองเคอร์เท็กซ์เดิมตลอด จะดูเหมือนตั้งใจเพิ่มจำนวนลิงก์มากกว่าส่งต่อคุณค่า Google มักไม่ให้พลัง SEO กับลิงก์ลักษณะนี้มากนัก และถ้ามากเกินไปก็อาจส่งผลให้โปรไฟล์ลิงก์ดูไม่เป็นธรรมชาติ
  7. ลิงก์ซ่อนเร้นหรือใช้เทคนิคหลอก
    ลิงก์ที่ผู้ใช้มองไม่เห็น แต่ตั้งใจให้บอทของ Google อ่านได้ เช่น ซ่อนด้วย CSS ใช้สีเดียวกับพื้นหลัง หรือซ่อนไว้ในจุดที่ไม่มีใครคลิก ถือเป็นการหลอกระบบโดยตรง ลิงก์ประเภทนี้มีความเสี่ยงสูงมาก เพราะขัดกับแนวทางของ Google อย่างชัดเจน และสามารถนำไปสู่บทลงโทษได้เร็วกว่าแบบอื่น

วิธีจัดการกับลิงค์ที่ไม่ดีให้กับเว็บของคุณ

เมื่อรู้แล้วว่าลิงก์ไม่ดีส่งผลเสียต่อ SEO แค่ไหน ขั้นต่อไปที่สำคัญไม่แพ้กันคือการจัดการกับลิงก์เหล่านั้นอย่างถูกวิธี จุดเริ่มต้นควรทำ Backlink Audit หรือการตรวจสอบโปรไฟล์ Backlink ทั้งหมดของเว็บไซต์ โดยใช้เครื่องมือ SEO เช่น Google Search Console หรือเครื่องมือวิเคราะห์ Backlink อื่นๆ เพื่อดูว่าเว็บของคุณได้รับลิงก์มาจากไหนบ้าง จากนั้นให้โฟกัสไปที่ลิงก์ที่ดูผิดปกติ เช่น มาจากเว็บสแปม เว็บที่ไม่เกี่ยวข้อง เนื้อหาคนละภาษา หรือมีรูปแบบลิงก์ซ้ำๆ ที่ดูไม่เป็นธรรมชาติ

หลังจากเจอลิงก์ที่มีความเสี่ยงแล้ว ควรพยายามแก้ไขด้วยวิธีที่ปลอดภัยที่สุดก่อน เช่น ติดต่อเจ้าของเว็บไซต์ต้นทางเพื่อขอให้ลบลิงก์ออก วิธีนี้ช่วยแสดงให้เห็นว่าเว็บของคุณไม่ได้มีเจตนาหลอกระบบ แต่หากไม่สามารถลบได้จริง หรือมีลิงก์สแปมจำนวนมากที่ควบคุมไม่ได้ ขั้นตอนสุดท้ายคือการใช้ Disavow Tool ของ Google เพื่อแจ้งให้ Google ทราบว่าคุณไม่ต้องการให้ลิงก์เหล่านั้นถูกนำมาคิดคะแนน SEO แต่การใช้เครื่องมือนี้ก็ทำด้วยความระมัดระวัง เพราะหากปฏิเสธลิงก์ที่มีคุณภาพโดยไม่ตั้งใจ อาจส่งผลเสียต่ออันดับได้เช่นกัน การตรวจสอบ Backlink อย่างสม่ำเสมอ และโฟกัสการสร้างลิงก์ที่มีคุณภาพ จะช่วยให้เว็บของคุณปลอดภัยจากบทลงโทษ และทำ SEO ได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว

สร้าง Backlink ที่มีคุณภาพ

เมื่อหลีกเลี่ยงลิงก์ที่ไม่มีคุณภาพแล้ว สิ่งที่สำคัญคือการหันมาโฟกัส link building  ในทางที่ถูกต้องและยั่งยืน ซึ่งหัวใจของมันไม่ใช่การเอาลิงกืให้ได้เยอะที่สุด แต่คือการได้ลิงก์ที่เกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติและมีคุณค่า ลิงก์ที่ดีที่สุดมักมาจากคอนเทนต์ที่คนอยากอ้างอิงเอง 

อีกกลยุทธ์ที่ได้ผลคือการทำ outreach อย่างมีชั้นเชิง เช่น การร่วมมือกับเว็บไซตืหรือสื่อที่เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมเดียวกัน การเขียนบทความ guest post ที่เน้นคุณภาพ หรือการทำ digital PR เพื่อให้แบรนด์และคอนเทนต์ของคุณถูกพูดถึงในบริบทที่เหมาะสม ลิงก์ลักษณะนี้ไม่เพียงช่วย SEO แต่ยังเสริมภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์ในระยะยาว

สำหรับธุรกิจที่ต้องการผลลัพธ์ที่มั่นคง การเลือกทำงานร่วมกับ seo link-building agency หรือ Backlink service ก็เป็นอีกทางเลือกที่ช่วยลดความเสี่ยง เอเจนซี่ที่ดีจะโฟกัสที่คุณภาพ ความเกี่ยวข้อง และความปลอดภัย มากกว่าทางลัด เพราะสุดท้ายแล้ว link building ที่ดี ไม่ใช่แค่ดันอันดับให้ขึ้น แต่ต้องช่วยให้เว็บไซต์แข็งแรงและเติบโตได้จริงในระยะยาว

FAQs

ลิงก์ที่ไม่ดี (Bad Links) หมายถึงอะไรในมุมของ SEO?

ลิงก์ที่ไม่ดีคือแบ็กลิงก์ที่ดูไม่เป็นธรรมชาติ ขาดความเกี่ยวข้อง หรือมาจากเว็บไซต์คุณภาพต่ำ เช่น เว็บสแปม การซื้อขายลิงก์ หรือการปั๊มลิงก์จำนวนมาก ลิงก์ลักษณะนี้ไม่ได้ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือ แต่กลับส่งสัญญาณลบต่อเว็บไซต์แทน

เริ่มจากตรวจสอบโปรไฟล์แบ็กลิงก์ด้วยเครื่องมืออย่าง Google Search Console หรือเครื่องมือ SEO อื่น ๆ มองหาลิงก์จากเว็บแปลก ๆ ไม่เกี่ยวข้อง เนื้อหาคนละภาษา หรือมีรูปแบบซ้ำผิดปกติ หากลิงก์ดูไม่น่าเชื่อถือ มีโอกาสสูงว่าเข้าข่ายลิงก์ที่ไม่ดี

Google Disavow Tool คือเครื่องมือที่ใช้แจ้งให้ Google ทราบว่าเราไม่ต้องการให้ลิงก์บางรายการถูกนำมาคิดคะแนน SEO ควรใช้เมื่อมั่นใจว่าลิงก์เหล่านั้นเป็นพิษจริง ลบออกเองไม่ได้ และเริ่มส่งผลเสียต่ออันดับเว็บไซต์

ได้จริง และเกิดขึ้นบ่อยกว่าที่คิด ลิงก์ที่ไม่ดีอาจทำให้อันดับค่อย ๆ ลดลง ทราฟฟิกหาย หรือในกรณีรุนแรงอาจโดนบทลงโทษโดยตรงจาก Google ซึ่งส่งผลต่อการมองเห็นในผลการค้นหาอย่างชัดเจน

โดยทั่วไป Google ต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือนในการประมวลผลลิงก์ที่ถูก disavow หรือพิจารณายกเลิกบทลงโทษ ระยะเวลาขึ้นอยู่กับความรุนแรงของปัญหาและรอบการอัปเดตระบบ สิ่งสำคัญคือควบคู่ไปกับการแก้ไข ควรโฟกัสการทำ link building ที่มีคุณภาพอย่างต่อเนื่องเพื่อฟื้นความแข็งแรงของเว็บไซต์ในระยะยาว

Facebook
Twitter
LinkedIn
WhatsApp

เริ่มต้นด้วยการรับคำปรึกษาฟรี

และให้เราช่วยพาธุรกิจของคุณ Think Ahead ไปด้วยกัน

Dark mode
Dark mode

Get Instant PDF Access

Do you want to stay in touch?