ในการทำ SEO หรือการทำ Link Building หนึ่งในองค์ประกอบเล็ก ๆ ที่มีผลต่ออันดับเว็บไซต์อย่างมากคือ Anchor Text หรือข้อความที่ใช้เป็นลิงก์เชื่อมไปยังหน้าอื่นของเว็บไซต์นั่นเอง หลายคนอาจมองว่าเป็นแค่ ข้อความที่คลิกได้ ธรรมดา ๆ แต่จริง ๆ แล้วนี่เป็นตัวบอกให้ Google เข้าใจว่า “ลิงก์นี้เกี่ยวข้องกับอะไร” และช่วยให้เครื่องมือค้นหาจัดอันดับหน้าเว็บได้แม่นยำยิ่งขึ้น
ดังนั้น ถ้าใครกำลังอยาก สร้าง link building for website ให้แข็งแรงและเป็นธรรมชาติ เราขอพาไปรู้จักกับ Anchor Text ให้ลึกขึ้น ตั้งแต่ความหมาย ประเภท ไปจนถึงแนวทางการใช้อย่างถูกต้อง เพื่อให้ทุกลิงก์ของคุณช่วยผลักดัน SEO ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Anchor Text คืออะไรและทำไมจึงสำคัญ

คือ ข้อความที่เราคลิกเพื่อเชื่อมโยงไปยังหน้าเว็บอื่น ๆ ซึ่งอาจอยู่ในเว็บไซต์เดียวกัน (Internal Link) หรือเว็บไซต์ภายนอก (External Link) ก็ได้ เช่น คำว่า รับทำ SEO ที่ลิงก์ไปยังหน้าเกี่ยวกับบริการ SEO ก็ถือเป็น Anchor Text เช่นกัน
Anchor Text มีบทบาทสำคัญ 3 ด้านหลัก ๆ คือ
- ช่วยให้ผู้ใช้งานเข้าใจเนื้อหาได้ง่ายขึ้น – เพราะคำที่ลิงก์มักบอกทิศทางว่าคลิกไปแล้วจะเจออะไร
- ช่วยให้ Google เข้าใจความเกี่ยวข้องของหน้าเว็บ – ทำให้ระบบสามารถจัดอันดับได้แม่นยำมากขึ้น
- ส่งต่อ Link Equity หรือ คุณค่าของลิงก์จากหน้าเว็บหนึ่งไปอีกหน้าหนึ่ง เพื่อช่วยเพิ่ม Authority ให้กับเพจเป้าหมาย
พูดง่าย ๆ คือ หากเลือกใช้ได้เหมาะสม ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มประสบการณ์ใช้งาน แต่ยังเป็นหนึ่งในกุญแจสำคัญของกลยุทธ์การทำ backlink optimisation อีกด้วย
6 ประเภทหลักของ Anchor Text ที่ควรรู้จัก

Anchor Text แบ่งได้หลักๆ เป็น 6 ประเภท ซึ่งแต่ละแบบก็มีวิธีใช้งานที่ต่างกันไป มาดูกันว่ามีอะไรบ้าง และควร เลือก SEO anchor text มาใช้อย่างไร
Exact Match Anchor Text
เป็นการใช้คำที่ตรงกับคีย์เวิร์ดเป๊ะ ๆ เช่น หากคีย์เวิร์ดของคุณคือ บริการรับทำ Link Building แล้วใช้คำนั้นเป็นลิงก์เลย นั่นก็คือ Exact Match ข้อดีคือ ช่วยให้ Google เข้าใจชัดเจนว่าหน้าปลายทางเกี่ยวข้องกับคีย์เวิร์ดอะไร แต่ก็มีข้อควรระวัง ถ้าใช้มากเกินไปอาจดูไม่เป็นธรรมชาติ และ Google อาจมองว่าเป็นการสแปมลิงก์
Partial Match Anchor Text
คือการใส่คีย์เวิร์ดบางส่วนลงในวลีที่เป็นธรรมชาติ เช่น
คีย์เวิร์ด: สร้าง link building for website
Partial Match:
“เรียนรู้วิธี สร้าง link building for website อย่างถูกต้อง”
“เทคนิคการ สร้าง link building for website ที่เหมาะสมกับเว็บไซต์”
รูปแบบนี้จะช่วยให้ข้อความอ่านลื่นไหลและไม่ดูเป็นการยัดเยียดคีย์เวิร์ด ควรใช้บ่อย ๆ เพื่อเพิ่มความหลากหลายให้กับเนื้อหาของคุณ
Branded Anchor Text
คือการใช้ชื่อแบรนด์ของคุณเป็นลิงก์ เช่น Move Ahead Media หรือนำมาใช้ร่วมกับคีย์เวิร์ด เช่น บริการรับทำการตลาดออนไลน์ Move Ahead Media ข้อดีคือการสร้างความน่าเชื่อถือ และเสริมการจดจำในแบรนด์
Generic Anchor Text
เป็นคำทั่วไปที่เราเห็นบ่อยๆ เช่น คลิกที่นี่, ดูเพิ่มเติม, อ่านต่อ เป็นต้น ถึงแม้จะไม่ช่วยในแง่คีย์เวิร์ดโดยตรง แต่ก็ทำให้เนื้อหาดูเป็นธรรมชาติ สามารถใช้ได้ แต่ไม่ควรใช้มากจนเกินไป เพราะอาจทำให้ ขาดความหมายสำหรับคนดูและ Google
Naked URL Anchor Text
คือการใช้ลิงก์เต็ม ๆ เป็น Anchor เช่น https://www.moveaheadmedia.co.th/ เป็นการช่วยสร้างความโปร่งใส เหมาะในบริบทที่ต้องการโชว์ที่มาของข้อมูล หรือใช้ในส่วนท้ายของบทความ แต่ไม่ควรใช้ถี่เกินไป เพราะจะทำให้บทความดูไม่เป็นธรรมชาติและขาดความมืออาชีพ
Image Anchor (Alt Text as Anchor)
ในบางที ลิงก์ก็ไม่จำเป็นต้องฝังไว้ในข้อความอย่างเดียว แต่สามารถฝังไว้ในรูปภาพได้เช่นกัน และสำหรับลิงก์ที่ซ่อนอยู่ในรูปภาพ ระบบของ Google จะอ่านข้อความ Alt Text ของภาพนั้นแทน
ตัวอย่างเช่น ถ้ารูปภาพลิงก์ไปยังหน้า บริการรับทำ Link Building และใส่ Alt ว่า ทำ link building for website ระบบจะเข้าใจว่าภาพนั้นเชื่อมโยงกับหัวข้อนี้
เคล็ดลับคือ อย่าลืมใส่ Alt Text ให้ครบ เพราะนอกจากจะช่วยเรื่อง SEO แล้ว ยังช่วยให้เว็บไซต์เข้าถึงได้ง่ายขึ้นสำหรับผู้ใช้ทุกกลุ่ม
แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดสำหรับการใช้ Anchor Text ในการสร้างลิงก์

การเลือกใช้ ไม่ใช่ว่าจะแค่ใส่ตามคีย์เวิร์ด หรือใส่ไปได้เยอะๆเลย แต่ต้องคำนึงถึง ความสมดุล และ บริบทของเนื้อหา ด้วย ตามแนวทางดังนี้
รักษาสัดส่วนให้เป็นธรรมชาติ

ควรผสมผสานหลายประเภทเข้าด้วยกัน เช่น
- Branded Anchor: 40%
- Partial Match: 30%
- Generic + Naked URL: 30%
การกระจายสัดส่วนแบบนี้ช่วยให้ดูเป็นธรรมชาติ และลดความเสี่ยงจากการถูก Google ลงโทษ
ให้ความสำคัญกับความเกี่ยวข้องและบริบท

อย่าฝืนยัดลงไปในประโยคแบบไม่เข้ากัน เพราะ Google จะมองออกทันทีว่ามันไม่เกี่ยวข้องกัน การใช้ที่ดีควรต้องอ่านลื่นไหลและมีความเกี่ยวข้องกับเนื้อหาในบริบทนั้นๆ ด้วย
หลีกเลี่ยงการเพิ่มประสิทธิภาพมากเกินไป

อย่าใช้ Exact Match ซ้ำ ๆ บนทุกลิงก์ เพราะอาจโดนมองว่าเป็นการ Spam ให้ใช้คำที่ใกล้เคียงหรือวลีธรรมชาติแทน
ข้อผิดพลาดทั่วไปของ Anchor Text ที่ควรหลีกเลี่ยง

แม้ Anchor Text จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการ ทำ link building แต่หลายครั้งการใช้ผิดวิธีอาจส่งผลเสียต่อ SEO มากกว่าผลดี ลองมาดูข้อผิดพลาดที่พบบ่อยและวิธีหลีกเลี่ยงกัน
- ใช้คีย์เวิร์ดเดิมซ้ำ ๆ จนดูไม่เป็นธรรมชาติ
การใช้ Exact Match Anchor ซ้ำ ๆ เช่น “รับทำ SEO” ตลอดทุกลิงก์ จะทำให้โปรไฟล์ลิงก์ดูยัดเยียดและไม่เป็นธรรมชาติ
วิธีแก้: กระจายการใช้คำ เช่น เปลี่ยนบางลิงก์เป็น Partial Match (“บริการ SEO มืออาชีพ”) หรือ Branded Anchor (“Move Ahead Media”) เพื่อให้ลิงก์ดูหลากหลายและสมดุล - ลิงก์ไปยังหน้าเว็บที่ไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา
ตัวอย่างเช่น การใส่ลิงก์คำว่า “เทคนิค SEO” ไปยังหน้าที่เกี่ยวกับ “รีวิวสินค้าอาหาร” แบบนี้ Google จะมองว่าเป็นลิงก์ที่ไม่เกี่ยวข้อง
วิธีแก้: ตรวจสอบให้แน่ใจว่า Anchor ที่ใช้สอดคล้องกับเนื้อหาของหน้าปลายทาง เพื่อให้ทั้งผู้ใช้งานและเครื่องมือค้นหาเข้าใจตรงกัน - ใช้ Generic Anchor อย่างเดียวโดยไม่ให้บริบท
เช่น “คลิกที่นี่”, “อ่านต่อ” ตลอดบทความ จะทำให้ลิงก์ดูไม่ให้ข้อมูลและไม่มีความหมายทาง SEO
วิธีแก้: ใช้ Generic Anchor ร่วมกับบริบท เช่น “คลิกที่นี่เพื่อเรียนรู้เทคนิค SEO” หรือสลับกับ Branded / Partial Match Anchor เพื่อเพิ่มความหลากหลาย - ลิงก์จากเว็บไซต์คุณภาพต่ำหรือไม่เกี่ยวข้อง
การได้ Backlink จากเว็บไซต์ที่ Spam หรือไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาของคุณ อาจทำให้ Google ลดความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์
วิธีแก้: เลือกเว็บไซต์คุณภาพสูงและเกี่ยวข้องกับเนื้อหาในการสร้างลิงก์ และตรวจสอบโดเมนก่อนทำ link building
วิธีตรวจสอบและปรับปรุงโปรไฟล์ Anchor Text

เมื่อทำ Link Building ไปได้สักระยะ หนึ่งในสิ่งที่ต้องทำคือ การตรวจสอบ Anchor ที่มีอยู่แล้วด้วยเครื่องมือ SEO เช่น Ahrefs, SEMrush หรือ Google Search Console
เพราะแม้จะมี Backlink จำนวนมาก แต่ถ้าใช้ซ้ำ ๆ หรือไม่สมดุล ก็อาจทำให้ Google มองว่าลิงก์ของคุณดูไม่เป็นธรรมชาติได้
สิ่งที่ควรสังเกต

- สัดส่วนของแต่ละประเภท
ดูว่ามี Exact Match มากเกินไปหรือไม่ หรือมี Branded Anchor น้อยเกินไป เพราะสัดส่วนที่ไม่สมดุลอาจส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของลิงก์โดยรวม - Anchor ที่ไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา
หากพบว่ามีลิงก์ที่ใช้คำไม่สัมพันธ์กับเนื้อหาปลายทาง เช่น ลิงก์คำว่า “เทคนิคปลูกผม” ไปยังหน้าเกี่ยวกับ “รับทำ SEO” แบบนี้ถือว่าไม่เหมาะสม ควรลบออกหรือเปลี่ยนข้อความให้ตรงประเด็นมากขึ้น - คำซ้ำที่อาจต้องปรับให้สมดุลมากขึ้น
หากเจอว่า Anchor เดิมถูกใช้ซ้ำหลายครั้ง เช่น “รับทำ SEO” ปรากฏอยู่เกือบทุกลิงก์ ควรค่อย ๆ ปรับให้หลากหลายขึ้น เช่น เปลี่ยนบางส่วนเป็น “บริการ SEO มืออาชีพ” หรือ “กลยุทธ์ SEO” เพื่อให้ดูเป็นธรรมชาติและมีมิติของภาษา
หรือหากพบว่าใช้ Exact Match มากเกินไป ควรค่อย ๆ แก้ไข เช่น เพิ่ม Branded หรือ Partial Match เข้ามาแทน เพื่อให้ดูเป็นธรรมชาติและมีความหลากหลาย
วิธีที่ Move Ahead Media สร้างโปรไฟล์ลิงก์ที่เป็นธรรมชาติ
Move Ahead Media เราให้ความสำคัญกับการสร้างลิงก์ที่ “มีคุณค่า” ไม่ใช่แค่จำนวนลิงก์เท่านั้น เราใช้กลยุทธ์ที่เน้นคุณภาพของเนื้อหา ความเกี่ยวข้องของหน้าเว็บ และการใช้ Anchor Text แต่ละประเภทอย่างสมดุลเพื่อให้ได้เนื้อหาที่มีความเป็นธรรมชาติและผลลัพธ์ด้าน SEO ที่มีประสิทธิภาพ

FAQs
Anchor text ใน SEO คืออะไร?
คือข้อความที่สามารถคลิกได้และเชื่อมโยงไปยังหน้าเว็บอื่น มีผลต่อการจัดอันดับและความเข้าใจของ Google
Anchor text ส่งผลต่อผลลัพธ์ของการสร้างลิงก์อย่างไร?
ช่วยให้ลิงก์ดูเป็นธรรมชาติ เพิ่มความเกี่ยวข้อง และช่วยให้เว็บไซต์มีอันดับดีขึ้นในผลการค้นหา
Anchor text หลักๆ มีกี่ประเภท?
มี 6 ประเภทหลัก ได้แก่ Exact Match, Partial Match, Branded, Generic, Naked URL และ Image Anchor
ฉันจะเพิ่มประสิทธิภาพ Anchor text สำหรับ SEO ได้อย่างไร?
ใช้คีย์เวิร์ดอย่างพอดี รักษาสมดุลของ Anchor แต่ละประเภท และเลือกใช้ในบริบทที่เกี่ยวข้อง
ฉันจะหลีกเลี่ยงการใช้ Anchor text มากเกินไปและป้องกันการถูกลงโทษได้อย่างไร?
หลีกเลี่ยงการใช้ Exact Match บ่อยเกินไป เพิ่มความหลากหลายด้วย Branded และ Partial Match แทน



